หนูแหม่ม-บ๊อบบี้ เปิดสูตรรัก 35 ปี 'อยู่ทน ทนอยู่' แต่ไม่เคยปล่อยมือกัน
หนูแหม่ม-บ๊อบบี้ เปิดสูตรรัก 35 ปี 'อยู่ทน ทนอยู่' (03.03.2026)

หนูแหม่ม-บ๊อบบี้ เปิดสูตรรัก 35 ปี 'อยู่ทน ทนอยู่' แต่ไม่เคยปล่อยมือกัน!

สำรวจชีวิตคู่ของ หนูแหม่ม สุริวิภา และ บ๊อบบี้ โรเบิร์ต ผ่านบทสนทนาที่ลึกซึ้งกว่าคำว่ารัก เมื่อความสัมพันธ์เดินทางไกลถึง 35 ปี จากผู้หญิงที่ไม่ขึ้นเครื่องบิน สู่ชีวิตที่กล้าลุยเพราะมีเขาข้างๆ อะไรคือสิ่งที่ควรปล่อยวาง อะไรคือสิ่งที่ต้องรักษาไว้ และความรักที่ดีควรทำให้เราเป็นตัวเองได้แค่ไหน

จากความกลัวสู่การผจญภัย: การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากความรัก

หนูแหม่มเผยว่า ก่อนเจอบ๊อบบี้ เธอเป็นคนที่ไม่เคยทำอะไรเลย ไม่เคยออกกำลังกาย ไม่เคยเดินในสวนสาธารณะ ทำงานกลับบ้านๆ ทุกวัน แม้แต่การขึ้นเครื่องบินก็ยังกลัว เพราะเป็นคนที่ชอบควบคุมทุกอย่าง "พี่ยังคิดเลยว่าพี่ขึ้นเครื่องบินไม่ได้คนเดียว กลัวทุกอย่างที่พี่ควบคุมไม่ได้ พี่เป็นคนควบคุม เกิดมาเพื่อควบคุม" เธอกล่าว แต่เมื่อบ๊อบบี้เข้ามาในชีวิต ทุกอย่างเปลี่ยนไป "ถ้าไม่มีบ๊อบบี้พี่แหม่มจะไม่ไปดำน้ำเลย เพราะพี่ไม่รู้ว่าพี่จะไปเริ่มตรงไหน" ชีวิตที่เคยจำเจ กลายเป็นการผจญภัยที่เต็มไปด้วยสีสัน

เหตุผลเล็กๆ ที่ทำให้มั่นใจฝากชีวิตให้กัน

สำหรับหนูแหม่ม เหตุการณ์ที่ทำให้เธอมั่นใจที่จะฝากชีวิตให้บ๊อบบี้ เกิดขึ้นจากเรื่องเล็กๆ น้อยๆ "มันคือเหตุการณ์เตะหมาให้พี่ค่ะ" เธอเล่าถึงวันแรกที่บ๊อบบี้พาไปเที่ยวบ้านญาติ และมีหมาตัวหนึ่งดุมากชื่อโกโก้ บ๊อบบี้บอกให้พ่อเดินข้างหน้า ให้หนูแหม่มอยู่ตรงกลาง และเขาจะอยู่ท้ายเอง "ถ้าโกโก้มาผมจะเตะโกโก้เอง" หนูแหม่มรู้สึกว่า "ในชีวิตนี้ไม่เคยมีผู้ชายคนไหนเตะหมาให้ฉันเลย" นั่นคือจุดที่เธอตัดสินใจว่า บ๊อบบี้คือคนที่จะดูแลเธอจนวันตาย

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ความสัมพันธ์สีรุ้ง: มีทั้งขึ้นและลงในแต่ละวัน

เมื่อถามถึงการอธิบายความสัมพันธ์เป็นสี หนูแหม่มตอบว่า "Rainbow" ส่วนบ๊อบบี้เสริมว่า "ต้องตามลูก Rainbow มีทุกๆ รสชาติ" แม้จะรู้จักกันมา 30 กว่าปี แต่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ยังคงมีทั้งขึ้นและลงในแต่ละวัน "แต่ละฤดูกาลก็แตกต่างกันไป ไม่มีวันไหนเหมือนกันเลยตลอด 35 ปีที่ผ่านมา" บ๊อบบี้กล่าว

การทะเลาะและขบหัวกัน: ส่วนหนึ่งของชีวิตคู่ที่ยืนยาว

ทั้งคู่เผยว่า แม้เวลาจะผ่านไป 35 ปี แต่ก็ยังมีเรื่องให้ทะเลาะกันอยู่เสมอ หนูแหม่มบอกว่า "อย่าใช้คำว่าบ่น เหมือนดูให้เกียรติคู่เราเกินไป ให้ใช้คำว่าทะเลาะและขบหัวกัน" บ๊อบบี้เล่าตัวอย่างว่า "แม้จะผ่านไป 35 ปีแล้ว เธอก็ยังบ่นเรื่องเดิมๆ ทุกวัน ตัวอย่างเช่น ผมเพิ่งอาบน้ำเสร็จเดินออกมาจากห้องอาบน้ำแล้วพื้นก็เปียก 'ทำไมพื้นเปียก'" แต่ทั้งคู่ก็เรียนรู้ที่จะรับมือกับสิ่งเหล่านี้ หนูแหม่มสรุปสั้นๆ ว่า "อยู่นาน อยู่ทน แล้วก็ทนอยู่"

ความฝันและความขอบคุณในชีวิต

สำหรับความฝันที่ยังไม่ได้เล่าให้อีกคนฟัง หนูแหม่มบอกว่า "เราแค่รู้สึกมันคงไม่ได้เป็นฝันที่เคยคุยกันเป็นเรื่องเป็นราว แค่รู้สึกเราอยากเที่ยวกัน 2 คนไกลๆ รอบโลกไปเรื่อยๆ" ส่วนเรื่องความขอบคุณในชีวิตประจำวัน หนูแหม่มกล่าวว่า "ขอบคุณที่ตัวเองเก่งที่แข็งแรง พี่ว่าพี่แข็งแรง" ในขณะที่บ๊อบบี้ขอบคุณตัวเองที่ "สามารถควบคุมทุกอย่างได้ถึงขนาดนี้"

บทเรียนจากความรัก 35 ปี

ชีวิตคู่ของหนูแหม่มและบ๊อบบี้สอนเราว่า ความรักที่ยืนยาวไม่ได้มาจากความสมบูรณ์แบบ แต่มาจากการยอมรับในความต่าง การปรับตัวเพื่อกันและกัน และการให้เกียรติซึ่งกันและกัน แม้จะมีเรื่องให้ทะเลาะกันอยู่เสมอ แต่ทั้งคู่ก็เลือกที่จะ "อยู่ทน ทนอยู่" และไม่เคยปล่อยมือกัน นี่คือสูตรลับของความรักที่เดินทางไกลถึง 35 ปี และยังคงสดใสเหมือนสีรุ้งที่มีทุกๆ รสชาติของชีวิต