เซอร์ไพรส์! บาส ณัฐวุฒิ คุกเข่าขอแต่งงานแฟนสาวพิธีกรกลางเวที หลังคบกัน 13 ปี
บาส ณัฐวุฒิ ขอแต่งงานแฟนสาวกลางเวที หลังคบ 13 ปี (08.04.2026)

เซอร์ไพรส์สุดโรแมนติก! บาส ณัฐวุฒิ คุกเข่าขอแต่งงานแฟนสาวกลางเวที หลังคบกันยาวนาน 13 ปี

บรรยากาศอบอุ่นและน่าประทับใจเกิดขึ้นในงานอีเวนต์หนึ่ง เมื่อ บาส ณัฐวุฒิ ผู้กำกับหนุ่มไฟแรงชื่อดังจากภาพยนตร์เรื่อง "โกฮัง..หัวใจโกโฮม" ได้สร้างเซอร์ไพรส์ให้กับทุกคนในงาน โดยการคุกเข่าขอแต่งงานแฟนสาวของเขา แพรว หัสสยา อิสริยะเสรีกุล พิธีกรสาวผู้กำลังทำหน้าที่นำงานบนเวทีในขณะนั้น หลังทั้งคู่คบหาดูใจกันมานานกว่า 13 ปีเต็ม

โมเมนต์เซอร์ไพรส์ที่ทำให้ทั้งงานตกตะลึง

ท่ามกลางสักขีพยานนับร้อยคน บาสได้ก้าวขึ้นเวทีและคุกเข่าขอแต่งงานแพรวอย่างไม่คาดคิด ทำให้ทั้งงานตกอยู่ในความเซอร์ไพรส์และความตื้นตันใจ หลังจบงาน ทั้งคู่ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงเหตุการณ์ในครั้งนี้ โดยบาสเผยว่า "บอกพ่อเขาแล้วครับ บอกแบบเร่งด่วน" ส่วนแพรวกล่าวด้วยความตกใจว่า "ไม่รู้จริงๆ ค่ะ ก็ตกใจ ไม่มีสัญญาณมาก่อน ไม่มีเตี๊ยมเลย"

วางแผนมาอย่างยาวนานแต่เก็บเป็นความลับ

เมื่อถูกถามว่าวางแผนไว้นานแค่ไหน บาสตอบว่า "คือยังไม่ได้เล่าเนาะ จริงๆ วางแผนมาสักพักแล้ว ก็คิดว่าหลังจากที่หนังฉายเสร็จก็จะขอ คือสาเหตุที่ขอเพราะว่าตลอดระยะเวลาก่อนหน้านี้ การทำหนังมันเป็นเรื่องยาก เจอปัญหาหลายอย่าง แต่สิ่งหนึ่งที่ผมขอบคุณเขามาก ก็อย่างที่พูดบนเวทีเลยว่า กลับไปแล้วเขาเหมือนเป็นบ้านที่ดี เป็นบ้านที่อบอุ่นและทำให้เราได้สู้ต่อไป หนังเรื่องนี้มันก็เลยเป็นหนังที่ผมทำด้วย แต่ว่าสำหรับผมมันก็เป็นหนังที่เป็นหนังของเขาด้วย"

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

แพรวเสริมถึงความรู้สึกในตอนนั้นว่า "ปกติเขาจะไม่ได้พูดอะไรแบบนี้บ่อยๆ ก็เลยเหมือนงงๆ ก่อนเขาคุกเข่าไม่เอ๊ะเลย คือเวลาที่แพรวทำงานก็จะโฟกัสสคริปต์ แต่ว่าพอนึกย้อนไปก็ยังคิดอยู่ว่าสคริปต์มันเป็นพี่บาสทีนึง แล้วก็พี่วรรณ และกลับพี่บาสอีกทำไม คือส่วนใหญ่ สคริปต์มันก็จะเป็นแบบ อาจจะพี่บาสก่อน พี่วรรณปิดก็ต้องจบแล้ว แต่ว่าเมื่อกี้ด้วยความที่ โอเคไม่เป็นไร คือพอมานั่งคิดตอนนี้มันก็คิดเหมือนกันว่ากลับไปทำไม"

จุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ที่ยาวนานกว่า 13 ปี

ทั้งคู่เล่าถึงจุดเริ่มต้นที่รู้จักกันว่าแพรวเคยสัมภาษณ์บาสตั้งแต่ปี 2012 ในช่วงเคาต์ดาวน์ และมีโอกาสเจอกันเรื่อยๆ จนกลายเป็นคนสำคัญในชีวิต แพรวเผยว่า "ก็ถ้าเอามาคุยกันจริงๆ ก็คือช่วงปีที่แล้ว ประมาณช่วงกลางปีปีที่แล้ว ที่เหมือนว่ามาคบกันคุยกันระยะเวลาไม่ได้มีส่วนมั้ง คือเหมือนแพรวก็คิดว่ารู้จักเขามาตลอดในฐานะพี่ แพรวจำได้ว่า แพรวเคยพูดกับเขาว่า ถ้ารอบนี้ที่มาคุยกัน แล้วมันจะไม่ได้ลงเอยกันไม่เป็นไรนะ เราเป็นพี่เป็นน้องกันมา 13 ปี แพรวสามารถกลับไปเป็นพี่น้องได้ จำได้ว่ารอบนี้พูดกับเขาแบบนี้"

บาสตอบกลับด้วยความขำว่า "ให้กลับไหม" และแพรวตอบทันทีว่า "ไม่กลับ"

เหตุผลที่ตัดสินใจขอแต่งงานในเวลานี้

บาสอธิบายถึงความรู้สึกที่ตัดสินใจขอแต่งงานว่า "ถ้าบอกว่าเขาอยู่ในชีวิตก็ดูจริงจังไปนิดหนึ่ง แต่เรารู้จักกันมาตลอดเป็นสิ่งที่ไม่ได้ตั้งใจแต่ก็รู้สึกว่าประมาณปีนึง รู้สึกว่าไม่อยากเสียเวลาแล้ว" และเสริมว่า "คือจะรอไปนานกว่านี้ ผมก็รู้สึกมั่นใจกับเขาแล้ว แล้วยิ่งพอเราทำงาน พอมันถึงวัย ความทะเยอทะยานในชีวิตเรื่องงานมันไม่สำคัญเท่ากับความรักที่เรามีกับคนรอบข้างหรือคนรอบข้างมีให้เรา"

เมื่อถามถึงสิ่งที่ทำให้รู้ว่าแพรวคือคนที่ใช่ บาสตอบว่า "บอกเหตุผลไม่ได้เลย เพราะมันเป็นมวลรวมของความรู้สึก ถ้าสมมติว่าเราบอกเหตุผลไปแล้วถ้าวันนึงเขาไม่ใช่แบบนั้นเราจะเลิกรู้สึกมันก็ไม่ใช่ แต่ก็เพราะความเขานี่แหละครับ"

แผนการในอนาคตและรายละเอียดเซอร์ไพรส์

แพรวเผยว่าเธอตอบตกลงเพราะ "ก็คล้ายๆ กันค่ะ รู้สึกว่าเป็นบ้านรู้สึกว่าเขามีความเป็นผู้ใหญ่ อาจจะเพราะตัวแพรวด้วย แพรวรู้สึกว่าถ้ามันอยู่ในช่วงวัยที่ถ้าคบกันก่อนหน้านี้สัก 10 ปีก่อนก็น่าจะเลิกกัน แต่ว่าตอนนี้มันก็น่าจะเป็นช่วงวัยวุฒิคุณวุฒิที่เหมาะพอดี เราก็รู้สึกว่าเราสามารถเติมเต็มในสิ่งที่แต่ละคนขาด แพรวก็รู้สึกว่าสามารถดูแลเขาในเรื่องสุขภาพเขาก็เติมเต็มแพรวในความรู้สึกความเป็นผู้ใหญ่ให้กันได้ เมื่อกี้เพิ่งโทร.ไปหาป่ะป๊ามา ป่ะป๊าบอกเอาไปเลย"

สำหรับแผนการแต่งงาน บาสกล่าวว่า "ก็เป็นสิ่งที่เราต้องคุยกันอีกเยอะเลย ก็ขอให้ก้าวนี้มันมั่นคง ก็ต้องขึ้นอยู่กับภาระหน้าที่การทำงาน" ส่วนเรื่องแหวนแต่งงาน บาสเผยว่าได้รับความช่วยเหลือจากน้องคนสนิทของแพรวที่ชอบใส่แหวน ในขณะที่แพรวบอกว่า "นี่เพิ่งรู้ว่าด้วยความที่เราเคยขายแหวนพอมาคุยเรื่องแหวน มันก็เลยเป็นเรื่องธรรมดามาก ไม่เอ๊ะเลยเป็นศูนย์ จนโมเมนต์เมื่อกี้ก็ยังศูนย์อยู่"

ความฝันและความมั่นคงในชีวิตจริง

บาสยอมรับว่าเขาไม่เคยนึกภาพวันแต่งงานของตัวเองมาก่อน โดยกล่าวว่า "ไม่มี ไม่เคยมีเลย แล้วก็ไม่คิดด้วยซ้ำว่าตัวเองจะทำแบบนั้นสาบานเลยนะ จนกระทั่งอยู่กับเขาก็คือมันเป็นไปได้ที่มีความรู้สึกมั่นคง ก็ไม่เคยรู้สึกกับตัวเองแบบนี้มาก่อน ก็ไม่รู้ว่าเป็นภาพในหนังหรือเปล่า แต่ก็หวังว่าจะเป็นภาพในชีวิตจริงๆ ของผม"

โมเมนต์เซอร์ไพรส์ในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ทำให้ทั้งคู่มีความสุข แต่ยังสร้างความประทับใจให้กับผู้ที่ได้เห็นและเป็นสักขีพยานในงาน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความรักที่เติบโตและมั่นคงตลอดระยะเวลา 13 ปีที่ผ่านมา