หุ้น HYBE ร่วงหนัก หลังคอนเสิร์ตคัมแบ็ก BTS ยอดผู้ชมต่ำกว่าคาดครึ่งหนึ่ง
ราคาหุ้นของ HYBE ต้นสังกัดวง BTS ดิ่งลงเกือบ 15% แตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือน หลังจำนวนผู้ชมคอนเสิร์ตคัมแบ็กครั้งประวัติศาสตร์ที่จัตุรัสควางฮวามุน ในกรุงโซล น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้กว่าครึ่งหนึ่ง ส่งผลให้นักลงทุนกังวลต่อกระแสตอบรับที่ไม่เป็นไปตามเป้า
ยอดผู้ชมในสถานที่จริงลดลงอย่างน่าตกใจ
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (21 มี.ค.) วง BTS บอยแบนด์ระดับโลกได้เปิดฟรีคอนเสิร์ตที่จัตุรัสควางฮวามุน ซึ่งถือเป็นการรวมตัวกันครบทั้ง 7 สมาชิก ได้แก่ จิน, ชูก้า, เจโฮป, อาร์เอ็ม, จีมิน, วี และ จองกุก เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ประกาศพักวงไปปฏิบัติภารกิจรับใช้ชาติเมื่อปี 2022 แม้จะเป็นคอนเสิร์ตเปิดเวิลด์ทัวร์ 82 รอบที่บัตรขายหมดเกลี้ยง แต่จำนวนผู้เข้าชมในสถานที่จริงกลับอยู่ที่ประมาณ 104,000 คน ซึ่งน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ว่าจะมีสูงถึง 260,000 คน
ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า สาเหตุที่ยอดผู้ชมในพื้นที่จริงลดลงอาจมาจากมาตรการควบคุมฝูงชนที่เข้มงวดของทางการ รวมถึงการที่คอนเสิร์ตครั้งนี้มีการถ่ายทอดสดผ่านเน็ตฟลิกซ์ ไปยังกว่า 190 ประเทศทั่วโลก ทำให้แฟนคลับบางส่วนเลือกชมผ่านหน้าจอแทน อย่างไรก็ตาม ในด้านยอดขายอัลบั้มใหม่ "Arirang" ยังคงแข็งแกร่ง โดยทำสถิติขายได้ถึง 3.98 ล้านชุดภายในวันแรกที่วางจำหน่าย
การแข่งขันที่ดุเดือดจากคู่แข่งและกระแสใหม่
ปัจจุบัน BTS และ HYBE กำลังเผชิญกับการแข่งขันที่สูงขึ้นกว่าปี 2019 อย่างมาก ไม่เพียงแต่จากวงคู่แข่งระดับแถวหน้าอย่าง Blackpink, Seventeen หรือ Stray Kids เท่านั้น แต่ยังมีคู่แข่งหน้าใหม่ที่มาแรงอย่าง "KPop Demon Hunters" วงไอดอลเสมือนจริงจากภาพยนตร์ยอดฮิตของเน็ตฟลิกซ์
มีรายงานว่าเน็ตฟลิกซ์กำลังวางแผนจัดเวิลด์ทัวร์ให้กับศิลปินจาก KPop Demon Hunters ในปีหน้า เพื่อต่อยอดความสำเร็จจากภาพยนตร์และโปรโมตภาคต่อ ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่อาจมาแย่งส่วนแบ่งการตลาดและเวลาของแฟนคลับจากวงไอดอลที่มีตัวตนจริงในระยะยาว
บททดสอบสำคัญของ HYBE กับอนาคตของ BTS
สถานการณ์นี้ถือเป็นบททดสอบสำคัญของ HYBE เนื่องจาก BTS คือรายได้หลักของบริษัท ซึ่งในช่วงที่สมาชิกวงไปเกณฑ์ทหาร กำไรจากการดำเนินงานของบริษัทลดลงอย่างเห็นได้ชัด การคัมแบ็กครั้งนี้จึงถูกฝากความหวังไว้สูงมากว่าจะช่วยกู้สถานการณ์การเงินและอิทธิพลในตลาดเค-ป๊อป ให้กลับมาผงาดได้อีกครั้ง
การร่วงของหุ้น HYBE ในครั้งนี้สะท้อนถึงความกดดันที่เพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมดนตรีเกาหลี ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคและเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทมากขึ้น



