เกาหลีเหนือประหารชีวิตพุ่งช่วงโควิด-19 เสพสื่อเกาหลีใต้เป็นเหตุ
เกาหลีเหนือประหารชีวิตพุ่งช่วงโควิด เสพสื่อเกาหลีใต้เป็นเหตุ

องค์กรสิทธิมนุษยชนในกรุงโซลเปิดเผยรายงานระบุว่า เกาหลีเหนือได้เร่งดำเนินการประหารชีวิตประชาชนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 ระหว่างปี 2563 ถึง 2567 โดยเฉพาะความผิดฐานเสพสื่อวัฒนธรรมต่างชาติ เช่น ซีรีส์และเพลงจากเกาหลีใต้ เพื่อกระชับอำนาจและควบคุมอุดมการณ์ภายในประเทศให้เข้มงวดยิ่งขึ้น

สถิติการประหารชีวิตที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด

กลุ่มการทำงานเพื่อความยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่าน (Transitional Justice Working Group หรือ TJWG) ซึ่งเป็นองค์กรพัฒนาเอกชนที่ตั้งอยู่ในกรุงโซล ได้เผยแพร่รายงานฉบับล่าสุดระบุว่า สถิติการสั่งประหารชีวิตในเกาหลีเหนือพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 จากข้อมูลตั้งแต่เดือนมกราคม 2563 ถึงสิ้นปี 2567 พบว่ามีผู้ถูกประหารชีวิตหรือถูกตัดสินประหารชีวิตอย่างน้อย 153 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วง 5 ปีก่อนเกิดการระบาด (2558-2562) ที่มีจำนวนเพียง 44 ราย

รายงานระบุว่า จำนวนการประหารชีวิตเคยลดลงในช่วงปี 2558-2562 เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากนานาชาติ หลังคณะกรรมการสอบสวนของสหประชาชาติพบว่ารัฐบาลเกาหลีเหนือมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นระบบ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวกลับมาพุ่งสูงขึ้นอีกครั้งในปี 2563 หลังจากที่เกาหลีเหนือประกาศปิดพรมแดนอย่างเคร่งครัด โดยในปี 2563 เพียงปีเดียวมีการประหารชีวิตอย่างน้อย 54 ราย และในปีถัดมาอีก 45 ราย ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับค่าเฉลี่ยที่มีเพียง 5 รายต่อปีในช่วงก่อนหน้านั้น

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ข้อหาหลักที่นำไปสู่การประหารชีวิต

หนึ่งในข้อหาที่นำไปสู่การประหารชีวิตมากที่สุดเกี่ยวข้องกับ ศาสนา ความเชื่อทางไสยศาสตร์ และสื่อวัฒนธรรมต่างชาติ โดยเฉพาะการบริโภคสื่อบันเทิงจากเกาหลีใต้ เช่น ซีรีส์และเพลงเค-ป๊อป นักวิจัยชี้ว่ารัฐบาลของนายคิม จองอึน มองว่าการแพร่กระจายของวัฒนธรรมป๊อปจากเกาหลีใต้เป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่ออุดมการณ์ของระบอบปกครอง โดยในปี 2567 มีคลิปวิดีโอหายากที่เผยให้เห็นวัยรุ่นสองคนถูกตัดสินให้ใช้แรงงานหนัก 12 ปี เพียงเพราะรับชมและเผยแพร่ซีรีส์เกาหลีใต้

นอกจากนี้ ความผิดอื่นๆ ที่ได้รับโทษถึงประหารชีวิตยังรวมถึงการวิพากษ์วิจารณ์นายคิม จองอึน หรือพรรคแรงงาน การฆาตกรรมโดยเจตนา การค้ายาเสพติด และการช่วยเหลือผู้อื่นให้หลบหนีออกจากประเทศ

ข้อมูลจากผู้แปรพักตร์และการประหารชีวิตในที่สาธารณะ

รายงานของ TJWG ซึ่งเก็บข้อมูลจากการสอบถามผู้แปรพักตร์ชาวเกาหลีเหนือกว่า 250 คน ระบุว่า ตั้งแต่ปี 2554 ถึง 2567 มีผู้ถูกประหารชีวิตรวมทั้งสิ้น 358 ราย โดยกว่า 70% เป็นการประหารชีวิตในที่สาธารณะ และส่วนใหญ่ดำเนินการโดยวิธียิงเป้า ซึ่งทางกลุ่มได้จัดทำแผนที่จุดประหารชีวิตกว่า 46 แห่งทั่วประเทศ

แถลงการณ์ของ TJWG ระบุว่า ในขณะที่ระบอบการปกครองกำลังมุ่งหน้าสู่การสืบทอดอำนาจทางสายเลือดรุ่นที่ 4 จึงมีความเสี่ยงสูงที่จะมีการประหารชีวิตเพิ่มขึ้น เพื่อเสริมสร้างการควบคุมทางวัฒนธรรม อุดมการณ์ และรักษาอำนาจทางการเมืองให้มั่นคง

ทั้งนี้ TJWG ก่อตั้งขึ้นในกรุงโซลเมื่อปี 2557 โดยความร่วมมือของนักเคลื่อนไหวและนักวิจัยจากเกาหลีใต้ เกาหลีเหนือ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ และแคนาดา เพื่อติดตามการละเมิดสิทธิมนุษยชนในเกาหลีเหนืออย่างต่อเนื่อง