ดราม่าเข้มข้นในวงการบันเทิง! สอดอ Style ปะทะ เอ้ BOTCASH หลังอินฟลูเอนเซอร์สาวประกาศเป็นดีเจเรียนไม่ถึง 10 ชั่วโมง
ประเด็นร้อนแรงบนโซเชียลมีเดียอีกครั้ง เมื่อ สอดอ Style หรือ เส้นด้าย พิมพ์ลดา แววไธสง อินฟลูเอนเซอร์สาวชื่อดัง ประกาศผันตัวเข้าสู่วงการดีเจเปิดแผ่น หลังเรียนมาเพียงไม่ถึง 10 ชั่วโมง พร้อมประกาศรับงาน แต่กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของดราม่าอย่างหนักที่ดึงดูดความสนใจจากคนในวงการและผู้ติดตามจำนวนมาก
จุดเริ่มต้นของความขัดแย้ง
สอดอ Style ได้โพสต์คลิปวิดีโอขณะฝึกซ้อมเป็นดีเจ พร้อมเขียนแคปชั่นว่า “เชื่อปะว่าเรียนไม่ถึง 10 ชม!!! คน ๆ นึงมันจะเก่งได้กี่อย่างอ่ะ เทสการฟังเพลงกุดีเกิ้นนนนน555555555 เจอกันวันเกิด!! 20 ก.พ.” ซึ่งโพสต์ดังกล่าวได้รับทั้งคำชื่นชมและคำวิจารณ์อย่างหลากหลาย โดยมีผู้ใช้หลายคนตั้งข้อสังเกตว่าท่าทางในคลิปดูเหมือนเป็นการหมุนปุ่มเอฟเฟกต์เล่นบนแชนเนล โดยไม่มีเพลงเปิดอยู่จริง
เสียงตอบรับจากวงการดีเจ
คนในวงการดีเจและแวดวงที่เกี่ยวข้องต่างออกมาแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง ตัวอย่างเช่น Ub-ib Pavika Indradat ดีเจสาว ได้เขียนโพสต์ยาวแสดงความเห็นว่า “ได้เห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่บอกว่าเรียนเปิดเพลงมา 10 ชั่วโมง แล้วเรียกตัวเองว่าเป็น ‘DJ’ ด้วยความมั่นใจเต็มร้อย ทั้งที่ในคลิปนั้น สิ่งที่เห็นคือการหมุนปุ่มเอฟเฟกต์ในแชนเนลที่ไม่ได้มีเพลงอยู่ด้วยซ้ำ มันทำให้รู้สึกเศร้าใจมากกว่าจะโกรธ เพราะทำให้มันดูเหมือนเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายๆ ภายในไม่กี่ชั่วโมง ไม่ได้แค่ลดทอนคุณค่าของอาชีพ แต่ยังลดทอนความพยายามของผู้หญิงอีกจำนวนมากที่พยายามพิสูจน์ตัวเองในพื้นที่ที่ยากอยู่แล้ว เพราะสุดท้ายแล้ว สิ่งที่ทำให้คนเป็น DJ ไม่ใช่ความมั่นใจหน้ากล้อง แต่คือความรับผิดชอบต่อเสียงเพลงและผู้ฟัง...”
ขณะที่ เอ้ BOTCASH ดีเจและโปรดิวเซอร์ชื่อดัง ก็ได้โพสต์ข้อความสั้นๆ ว่า “ไม่ต้องไปให้ค่า ให้แสง คนที่มันดูถูกอาชีพเรา ยิ่งพูดถึงเขาคนยิ่งเห็นเยอะ เรารู้อยู่แก่ใจว่าของปลอมมันแทนกันไม่ได้” ซึ่งดูเหมือนจะเป็นการตอบโต้ทางอ้อมต่อกรณีดังกล่าว
การตอบโต้อย่างรุนแรงจากสอดอ Style
ด้านสอดอ Style ได้โพสต์ตอบกลับอย่างรุนแรงด้วยถ้อยคำที่เต็มไปด้วยอารมณ์ โดยใช้แฮชแท็ก #ทนเสียงในหัวไม่ไหว และกล่าวหาผู้วิจารณ์ว่าเป็น “คน Loser” และ “กระจอกๆ” พร้อมทั้งตั้งคำถามถึงความชอบธรรมของอาชีพอินฟลูเอนเซอร์ว่า “ไม่งั้นคนที่เพิ่งตัดคลิปเป็นมาถ่ายรีวิววันสองวันเรียกตัวเองว่าเป็นอินฟูลทั้งที่ยอดฟอลแม่งแค่หลังหมื่นหลักแสน กูก็ต้องไปด่าเค้าหรอ??”
นอกจากนี้ เธอยังได้ชี้แจงในมุมมองของตัวเองว่า การที่เธอเรียนไม่ถึง 10 ชั่วโมงนั้นเป็นเพราะมีเวลาเพียง 2 วัน แต่มีสกิลการเรียนรู้ที่เร็วเนื่องจากมีประสบการณ์การตัดต่อคลิปมากว่า 10 ปี ทำให้เข้าใจเรื่องจังหวะ (BPM) และฟังเพลงระดับโลกมาตลอด เธอยืนยันว่าเป็นไปไม่ได้ที่เธอจะเปิดเพลงไม่ได้ภายในเวลาอันสั้นเช่นนี้
การเผชิญหน้าและความขัดแย้งที่ลุกลาม
สอดอ Style ยังได้โพสต์แสดงความผิดหวังต่อเอ้ BOTCASH โดยระบุว่าเธอเป็นแฟนคลับและเคยคิดจะจ้างทำเพลงด้วย พร้อมทั้งตั้งคำถามถึงตรรกะความคิดของเขา เธอเขียนข้อความในแชตว่า “หนูรู้สึกผิดหวังในตัวพี่มาก หนูคิดว่าคนเท่แบบพี่ เก่งแบบพี่ จะมีตรรกะความคิดที่ไม่ต่ำตม ดูถูกความรัก ความฝัน ความสามารถคนอื่นแบบนี้ ตอนนี้จากที่พี่ดูเท่ เจ๋ง เทพปรมาจารย์ พอพี่พูดแบบนี้ออกมา มันทำให้พี่เป็นแค่คน ตลาดล่างคนนึง ที่ยกตนขึ้นทิ้งว่าพี่เป็น เทพเจ้าแห่งอาชีพดีเจ เลยนะ หนูว่ามันไม่แพงอ่ะ” และประกาศเลิกติดตามพร้อมอันฟอลโลว์ไปในที่สุด
เธอยังทิ้งท้ายด้วยการยืนยันว่าเธออยู่ของเธอดีๆ ไม่เคยไปดูถูกใครก่อน แต่จะไม่ยอมให้ใครมาบูลลี่ความฝันหรือดูถูกความสามารถของเธออย่างง่ายดาย
สรุปประเด็นดราม่า
ดราม่าครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งระหว่างโลกของอินฟลูเอนเซอร์และวงการดีเจที่มีมาตรฐานและประสบการณ์เป็นตัวชี้วัดสำคัญ โดยมีประเด็นหลักๆ ดังนี้:
- การประกาศตัวเป็นดีเจหลังเรียนไม่ถึง 10 ชั่วโมง ของสอดอ Style ที่ก่อให้เกิดคำถามเรื่องความพร้อมและความรับผิดชอบ
- การตอบโต้จากคนในวงการดีเจ ที่มองว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการลดทอนคุณค่าของอาชีพและความพยายามของคนอื่น
- การเผชิญหน้าอย่างรุนแรงบนโซเชียลมีเดีย ที่เต็มไปด้วยถ้อยคำรุนแรงและอารมณ์ความรู้สึก
- ประเด็นเรื่องความฝันและความสามารถ ที่ถูกนำมาพิจารณาในบริบทของสังคมออนไลน์และอาชีพในแวดวงบันเทิง
เหตุการณ์นี้ยังคงเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางในหมู่ผู้ติดตามและผู้ที่สนใจในวงการบันเทิงไทย โดยแสดงให้เห็นถึงพลังของโซเชียลมีเดียในการขับเคลื่อนประเด็นและสร้างการถกเถียงที่สะท้อนมุมมองที่หลากหลายในสังคม



