เจาะลึก 2 ว่าที่ผู้นำอิหร่าน 'โมจตาบา-วาฮิดี' สายเหยี่ยวผู้กำหนดทิศทางประเทศ
การเมืองอิหร่านกำลังเผชิญช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ หลังการโจมตีของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ส่งผลให้ อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุด รวมถึงผู้นำทางทหารและนักการเมืองกว่า 40 คน เสียชีวิตเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนภายในประเทศ ทำให้คำถามเรื่องผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำถูกพูดถึงมากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
โมจตาบา คาเมเนอี: อำนาจหลังม่านของตระกูลผู้นำ
โมจตาบา คาเมเนอี บุตรชายคนที่สองของผู้นำสูงสุดที่เสียชีวิต วัย 56 ปี ถูกมองว่าเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลสูงในแวดวงการเมืองอิหร่าน แม้จะไม่มีตำแหน่งอย่างเป็นทางการในรัฐบาล แต่เขาถือเป็น "ผู้กุมอำนาจหลังม่าน" ของระบอบการปกครอง เขาศึกษาศาสนาในสถาบันฮาวซาที่เมืองกุม และได้รับสมณศักดิ์ระดับอยาตุลเลาะห์ ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญสำหรับตำแหน่งผู้นำสูงสุด
เครือข่ายอำนาจของโมจตาบาเชื่อมโยงกับชนชั้นนำทางการเมืองผ่านครอบครัว โดยเขาแต่งงานกับบุตรสาวของโฆลาม อาลี ฮัดดาด-อาเดล อดีตประธานรัฐสภาผู้ทรงอิทธิพล บทบาทหลักของเขาอยู่ในเครือข่ายความมั่นคงของรัฐ โดยเฉพาะความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) และหน่วยอาสาสมัคร Basij
โมจตาบามีบทบาทสำคัญในการบริหารสำนักงานผู้นำสูงสุด หรือ Beit-e Rahbari ซึ่งเป็นศูนย์กลางเครือข่ายอำนาจทางการเมือง ความมั่นคง และเศรษฐกิจของอิหร่าน การตัดสินใจสำคัญของรัฐหลายครั้งเชื่อกันว่าไม่เกิดขึ้นได้หากไม่ผ่านการรับรู้หรือความเห็นชอบจากเขา เขาถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตรตั้งแต่ปี 2019 และถูกวิจารณ์ว่ามีส่วนสนับสนุนการปราบปรามการประท้วงของขบวนการ Green Movement ในปี 2009
หลังการเสียชีวิตของเอบราฮิม ไรซี ประธานาธิบดีอิหร่านในปี 2024 โมจตาบาถูกจับตามองมากขึ้นในฐานะผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำสูงสุด เนื่องจากตัวเต็งคนสำคัญหายไป และเขาได้รับความไว้วางใจจากทั้งผู้นำสูงสุดและเครือข่ายกองทัพ พันธมิตรทางการเมืองของเขารวมถึงอะห์มัด วาฮิดี ผู้บัญชาการ IRGC คนใหม่ ซึ่งเสริมสร้างเครือข่ายอำนาจที่ฝังลึกในโครงสร้างรัฐ
อะห์มัด วาฮิดี: ตัวแทนอำนาจทหารผู้มากประสบการณ์
อะห์มัด วาฮิดี นายทหารระดับสูงที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ถือเป็นศูนย์กลางอำนาจของรัฐอิหร่าน โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศเผชิญความตึงเครียดและการเผชิญหน้าทางทหารกับสหรัฐฯ และอิสราเอล เขาเข้ารับตำแหน่งหลังจากผู้บัญชาการ IRGC หลายคนถูกสังหารในความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรง
วาฮิดีเป็นสมาชิกยุคบุกเบิกของ IRGC ตั้งแต่หลังการปฏิวัติอิสลามปี 1979 และเติบโตในโครงสร้างกองกำลังอย่างรวดเร็วในช่วงทศวรรษ 1980 มีรายงานว่าเขามีส่วนร่วมในการติดต่อลับระหว่างตัวแทนอิหร่านกับตัวกลางใกล้ชิดรัฐบาลสหรัฐฯ ในยุคประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน เกี่ยวข้องกับกรณีอื้อฉาว "อิหร่าน–คอนทรา" ซึ่งทำให้เขามีภาพลักษณ์เป็นทั้งสายเหยี่ยวและนักปฏิบัติที่เคยดีลงานลับกับศัตรูหมายเลขหนึ่ง
เขามีประสบการณ์ทั้งในกองทัพ ระบบราชการ และการเมือง เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหมในรัฐบาลมาห์มูด อาห์มาดีเนจาด และรัฐมนตรีมหาดไทยในรัฐบาลเอบราฮิม ไรซี อย่างไรก็ตาม ชื่อของเขาถูกเชื่อมโยงกับข้อกล่าวหาระดับนานาชาติ เช่น เหตุระเบิดศูนย์ชุมชนชาวยิวในอาร์เจนตินาเมื่อปี 1994 และถูกสหรัฐฯ กับสหภาพยุโรปคว่ำบาตรจากบทบาทในการปราบปรามการประท้วง
อนาคตการเมืองอิหร่าน: โครงสร้างอำนาจสองเสาหลัก
นักวิเคราะห์มองว่าการเปรียบเทียบระหว่างโมจตาบา คาเมเนอีกับอะห์มัด วาฮิดี สะท้อนโครงสร้างอำนาจสองเสาหลักของรัฐอิหร่าน ด้านหนึ่งคือเครือข่ายศาสนาและครอบครัวผู้นำที่ครอบงำระบบการเมืองมายาวนาน อีกด้านคืออำนาจของกองกำลัง IRGC ซึ่งกลายเป็นกลไกสำคัญของรัฐทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และภูมิรัฐศาสตร์
ในช่วงเวลาที่อิหร่านเผชิญแรงกดดันจากสงครามและการคว่ำบาตรระหว่างประเทศ ความสามารถในการรักษาเสถียรภาพของรัฐจึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญ ไม่ว่าใครจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำสูงสุด การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้มีแนวโน้มจะกำหนดทิศทางการเมือง ความมั่นคง และบทบาทของอิหร่านบนเวทีโลกไปอีกหลายทศวรรษข้างหน้า โดยทั้งคู่ถูกมองว่าเป็นสายเหยี่ยวที่มีแนวทางอนุรักษ์นิยมสายแข็ง ซึ่งอาจส่งสัญญาณว่า อิหร่านไม่มีความตั้งใจที่จะเปลี่ยนทิศทางนโยบายของประเทศ



