Glowny: จากร้านวินเทจออนไลน์สู่แบรนด์แฟชั่นระดับโลก กับผู้ก่อตั้ง Jane Choi
Glowny: จากร้านวินเทจออนไลน์สู่แบรนด์แฟชั่นโลก

Glowny: จากร้านวินเทจออนไลน์สู่แบรนด์แฟชั่นระดับโลก กับผู้ก่อตั้ง Jane Choi

ในยุคที่แฟชั่นโลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้คนเริ่มสนุกกับการแต่งตัวในแบบของตัวเองมากขึ้น ทำให้แบรนด์เล็กๆ หลายแห่งเติบโตขึ้นจากความหลงใหลส่วนตัว หนึ่งในนั้นคือ Glowny แบรนด์แฟชั่นจากเกาหลีใต้ที่เริ่มต้นจากร้านขายเสื้อผ้าวินเทจออนไลน์ และขยายสู่ตลาดระดับโลกภายในเวลาเพียงไม่กี่ปี วันนี้เรามีโอกาสพูดคุยกับ Jane Choi ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ ในโอกาสสำคัญที่ Glowny เปิดสาขาแรกในประเทศไทยในรูปแบบ Pop-up Store ที่ห้าง Emsphere

จุดเริ่มต้นจากความหลงใหลในแฟชั่นวินเทจ

เรื่องราวของ Glowny เริ่มต้นจากความรักในแฟชั่นของสองพี่น้อง ชเว จีโฮ (Jiho Choi) และ ชเว เจน (Jane Choi) ซึ่งเติบโตมาในครอบครัวที่รายล้อมด้วยเสื้อผ้าและศิลปะ แม่ของพวกเธอเคยทำธุรกิจร้านเสื้อผ้าในเกาหลี และมักแต่งตัวด้วยสไตล์วินเทจที่แตกต่างจากผู้หญิงทั่วไปในยุคนั้น เจน เล่าด้วยความภาคภูมิใจว่า "แม่ของฉันชอบใส่กางเกง Levi’s วินเทจ กับเสื้อยืดเรียบๆ แล้วถือกระเป๋า Chanel วินเทจ ตอนนั้นฉันยังเด็กก็คิดว่ามันแปลก แต่พอโตขึ้นฉันเริ่มเข้าใจว่าสไตล์ของแม่มันเท่มาก"

แรงบันดาลใจนี้ทำให้เจนและพี่สาวเริ่มต้นจากการเปิดร้านขายเสื้อผ้าวินเทจออนไลน์ โดยนำเสื้อผ้าจากสหรัฐอเมริกามาขายในเกาหลีผ่านแพลตฟอร์มขายของมือสองอย่าง Depop การตอบรับที่ดีจากลูกค้าในช่วงแรกทำให้พวกเธอเห็นโอกาส และในปี 2020 จึงตัดสินใจสร้างแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเองขึ้นมา นั่นคือจุดกำเนิดของ Glowny ที่ยึดมั่นในปรัชญา "You Glow Differently" หรือการเปล่งประกายในแบบของตัวเอง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เอกลักษณ์: American Classic ผสม Korean Simple

หนึ่งในจุดเด่นของ Glowny คือการผสมผสานระหว่างความคลาสสิกแบบอเมริกันและความเรียบง่ายแบบเกาหลี เจนอธิบายว่าเธอและพี่สาวเคยใช้ชีวิตในสหรัฐอเมริกานานถึง 7 ปี ประสบการณ์นี้ทำให้สังเกตเห็นความแตกต่างของวัฒนธรรมการแต่งตัว โดยเฉพาะผู้หญิงในสหรัฐอเมริกาที่มีอิสระในการแสดงออกมากกว่า ในขณะที่เกาหลีค่อนข้างอนุรักษนิยม พวกเธอจึงต้องการทำให้ Glowny เป็นมากกว่าแค่ร้านเสื้อผ้า แต่เป็นเครื่องมือในการแสดงตัวตน

แบรนด์เริ่มต้นด้วยไอเท็มพื้นฐานอย่างเสื้อยืดสีขาวและกางเกงยีนส์ ซึ่งกลายเป็นสินค้าขายดี จากนั้นก็พัฒนาสู่เสื้อผ้า Lifewear ที่เน้นความสบายและสวมใส่ได้ในชีวิตประจำวัน ไอเท็มซิกเนเจอร์อย่าง "G Baby Tee" ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง และช่วยสร้างภาพลักษณ์ "Cool-Chic It-Girl" ที่เข้ากับสาวๆ ในยุคนี้

การเติบโตและการขยายตลาดสู่ระดับโลก

ภายในเวลาเพียง 5-6 ปี Glowny เติบโตอย่างรวดเร็ว จากร้านออนไลน์สู่ธุรกิจแฟชั่นที่มีร้านจริงและขยายสู่ตลาดต่างประเทศ รายได้ของบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปีที่ผ่านมาทำรายได้ประมาณ 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 30-40 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ แบรนด์มีแผนขยายสาขาเพิ่มเติมในเกาหลีใต้ และได้เข้าสู่ตลาดต่างประเทศแล้ว เช่น ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย จีน ฮ่องกง และไต้หวัน

สำหรับอนาคต แบรนด์กำลังเตรียมขยายไปยังนิวยอร์กและสิงคโปร์ รวมถึงพิจารณาเปิดสาขาเพิ่มในญี่ปุ่น ส่วนในประเทศไทยที่เพิ่งเปิดสาขาแรกในรูปแบบ Pop-up Store ที่ Emsphere ถือเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่แบรนด์เข้ามาทำตลาด เจนเผยว่าเธอรู้สึกผูกพันกับตลาดไทยจากการที่ลูกค้าชาวไทยมักเดินทางไปช้อปปิ้งที่ร้านในเกาหลี และเชื่อว่า Glowny เข้ากับไลฟ์สไตล์ของสาวไทยได้ดี

ความพิเศษของการเปิดตัวในประเทศไทย

การเปิดตัวป็อปอัพสโตร์ในครั้งนี้ Glowny ได้ออกแบบ GLOWNY STRAWBERRY LIMITED EDITION COLLECTION ร่วมกับ The Mall Group โดยนำเอาความชอบส่วนตัวของเจนที่ชื่นชอบ "สตรอว์เบอร์รี" มาออกแบบให้สนุกและเข้ากับบรรยากาศหน้าร้อนของประเทศไทย ไอเท็มพิเศษนี้ขายเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น

เมื่อถามถึงความคาดหวัง เจนตอบว่า สำหรับ Glowny ความสำเร็จในตลาดใหม่ไม่ได้วัดจากยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่สำคัญที่การที่ผู้หญิงในประเทศนั้นๆ เข้าใจแนวคิดของแบรนด์และรู้สึกเชื่อมโยงกับมัน "เราไม่เคยคิดว่า Glowny girl ต้องเป็นผู้หญิงแบบไหน หรือมาจากประเทศอะไร สิ่งสำคัญคือการแสดงตัวตนและความมั่นใจในตัวเอง"

Glowny ยังคงเดินหน้าต่อไปด้วยความเชื่อมั่นในปรัชญาเดิม และพร้อมเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันผู้หญิงทั่วโลก ที่ต้องการเปล่งประกายในแบบของตัวเอง