โอม ค็อกเทล ประกาศยุติบทบาทบริหารค่าย Gene Lab หลังสร้างศิลปินดังมากมาย
วงการเพลงไทยต้องตกตะลึง เมื่อ โอม ปัณฑพล ประสารราชกิจ หรือที่รู้จักในชื่อ โอม ค็อกเทล อดีตผู้บริหารค่ายเพลง Gene Lab และ 19 ในเครือ GMM Music ได้ออกมาโพสต์ข้อความประกาศยุติบทบาทการบริหารอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 โดยยืนยันว่าไม่มีข้อขัดแย้งใดๆ แต่เป็นการจบภารกิจตามเป้าหมายส่วนตัว และค่ายเพลงยังคงดำเนินธุรกิจบริหารศิลปินและค่ายเพลงอิสระอื่นๆ ที่ไม่ได้สังกัด GMM Music ต่อไป
เส้นทางสู่การเป็นผู้บริหารค่าย Gene Lab
ค่าย Gene Lab เป็นค่ายเพลงในเครือ GMM Music ที่เน้นดนตรีทางเลือกและร็อก ก่อตั้งโดยโอม ค็อกเทล เอง จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นจาก นิค วิเชียร ผู้ก่อตั้ง Genie Records ที่ชักชวนโอมให้มาทำค่ายเพลงนี้ เนื่องจากแกรมมี่ไม่ได้ผลิตศิลปินใหม่มานาน โอมจึงเข้ามารับหน้าที่บริหารด้วยความเข้าใจศิลปิน เลิกแนวคิด "อาบน้ำร้อนมาก่อน" แต่เน้นทำงานร่วมกันและเสนอแนะเพื่อนำเสนอผลงานสู่ผู้ฟัง
โอมบอกว่า การสร้างแผนกนี้มีเป้าหมายเพื่อทดลองวิธีการทำงานใหม่ๆ ในสายงานการผลิตศิลปิน ออกแบบการบริหารงานได้อย่างอิสระ และเลือกบุคลากรที่เชี่ยวชาญแต่ละสาขาโดยตรง เปรียบเสมือน "ห้องทดลอง" ผลลัพธ์คือได้ศิลปินที่เป็นเสาหลักของค่ายมาหลายคน ซึ่งจะเป็นกำลังหลักในการสร้างรายได้ให้แก่องค์กรต่อไป
ความสำเร็จและศิลปินระดับท็อป
ภายใต้การบริหารของโอม ค็อกเทล ค่าย Gene Lab กลายเป็นค่ายเพลงที่มีศิลปินตัวท็อปมากมาย เน้นการส่งเสริมความแตกต่างและความเป็นตัวเองของศิลปิน สร้างวงดนตรีรุ่นใหม่ที่โด่งดังอย่างมาก เช่น
- Three Man Down
- Tilly Birds
- TaitosmitH
- The Darkest Romance
- Only Monday
- ASIA7
- Hard Boy
- ADORA
- Famoso
- Par-T
- ก้อง ห้วยไร่
- Jigsaw Story
- กอกี้ กวิสรา
- QEETHA
- fit aroon
- M DAOSAI
- AYEJAY
- Dena Euprasert
- ossey
โอมมองหาวิธีการทำงานใหม่ๆ และไม่ยึดติดกับรูปแบบเดิมๆ ของวงการเพลง เพื่อให้ได้งานที่สดใหม่และสร้างสรรค์
การประกาศยุติบทบาทและอนาคตของค่าย
ล่าสุด โอม ปัณฑพล ได้โพสต์ข้อความประกาศยุติบทบาทผู้บริหารค่าย Gene Lab โดยยืนยันว่าไม่ได้มีความขัดแย้ง แต่เป็นการจบภารกิจและต้องการทำตามเป้าหมายส่วนตัว โดยทิ้งรากฐานค่ายให้ศิลปินสามารถดูแลตัวเองและทำงานต่อได้ ค่าย Gene Lab ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของ GMM Music และทรัพย์สินทางปัญญาต่างๆ ยังคงเป็นของบริษัทเดิม แม้ผู้บริหารหลักจะเปลี่ยนไป
การตัดสินใจครั้งนี้ทำเอาแฟนเพลงถึงกับตกใจและงงมากทีเดียวว่าเกิดอะไรขึ้น แต่โอมเน้นย้ำว่า นี่คือการปิดบทบาทหนึ่งเพื่อเปิดโอกาสใหม่ๆ ต่อไปในวงการเพลงไทย



