บอสณวัฒน์ ไลฟ์ซัดคนทัวร์ลงหนิง ปัทมา ตั้งคำถามผัวเมียแยกกันอยู่สิบปี
บอสณวัฒน์ ไลฟ์ซัดทัวร์ลงหนิง ปัทมา ตั้งคำถามผัวเมียแยกกันอยู่

จากกรณีที่ หนิง ปัทมา มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2026 ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกโซเชียล หลังจากมีกระแสว่าพัวพันกับสามีของหญิงอื่น ล่าสุด บอสณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานกองประกวดมิสแกรนด์ไทยแลนด์ ได้ออกมาไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กเพื่อชี้แจงและปกป้องนางงามในสังกัด พร้อมตั้งคำถามถึงความถูกต้องของการตัดสินที่มักตกอยู่ที่ผู้หญิงเพียงฝ่ายเดียว

บอสณวัฒน์ตั้งคำถามถึงบทบาทภรรยาที่ดี

บอสณวัฒน์กล่าวว่า “เราเป็นผู้หญิงก็ไม่ควรไปยุ่งกับสามีชาวบ้าน เรื่องนี้ถูกต้อง แล้วผู้หญิงที่เป็นเมียชาวบ้าน ควรอยู่กับชาวบ้านคนนั้นไหม อยู่ด้วยกัน นอนด้วยกันเป็นเรื่องปกติ หรือจะอยู่แค่พรีเซนต์ และแยกบ้านกัน อยู่กันคนละทิศคนละทางมานานสิบปี คุณว่าเมียแบบนี้โอเคไหม” เขาเน้นย้ำว่าครอบครัวควรจัดการปัญหากันเอง ไม่ควรนำมาเป็นประเด็นสาธารณะ

“เมียที่ดีควรอยู่ปรนนิบัติ นอนห้องเดียวกับผัว อยู่บ้านเดียวกับสามี แต่อันนี้เราพูดถึงคนทั่วๆ ไปนะ คุณคิดว่าผัวเมียที่นอนแยกบ้านกันนับสิบปี นอนกอดทะเบียนสมรส คุณคิดว่าแล้วผู้ชายจะไปยังไงต่อ” บอสณวัฒน์กล่าวถึงกรณีที่สามีภรรยาแยกกันอยู่เป็นเวลานาน ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้ฝ่ายชายแสวงหาความรักจากผู้อื่น

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เรียกร้องให้ฟังความรอบด้าน

บอสณวัฒน์ยังได้ตั้งคำถามถึงหลักฐานที่นำมาแฉ โดยกล่าวว่า “คนที่คุณคอมเมนต์ควรจะเห็นใจคนอื่นบ้าง คอมเมนต์ให้คนเขาเสียหาย องค์กรผมเสียหายไปด้วย มันไม่แมนพอ เข้าใจไหม” เขาย้ำว่าเห็นด้วยกับการไม่ยุ่งกับคนมีครอบครัว แต่ขอให้รอฟังความเห็นจากทุกฝ่ายก่อนตัดสิน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

“ผมมี 2 คำถาม คำถามแรก ผัวเมียควรจะอยู่ด้วยกันไหม หรือผัวเมียแยกกันอยู่นานนับ 10 ปี เมียได้ปฏิบัติหน้าที่ครบถ้วนแล้วหรือยัง อันนี้คำถาม ข้อที่สองคนที่กำลังพาดพิง คุณเอาหลักฐานอะไรว่าเขาได้มาเป็นแฟนของผู้ชายคนนี้ ก็เอาหลักฐานมาให้หมด” เขากล่าวท้าทายให้ผู้กล่าวหานำหลักฐานมาแสดง

ชี้สังคมมักตำหนิผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย

บอสณวัฒน์ตั้งข้อสังเกตว่า “ทำไมเรื่องต้องตกกับผู้หญิง ทำไมไม่ตกกับผู้ชาย ทำไมผู้หญิงต้องมาทำร้ายกันเอง โดยที่ต้องรองรับนิสัยผู้ชายด้วยกันทั้งคู่ ผมไม่เข้าใจ” เขาเรียกร้องให้สังคมพิจารณาทั้งสองฝ่ายอย่างเท่าเทียม และไม่ควรสรุปว่าผู้หญิงเป็นฝ่ายผิดเสมอไป

“ผมตรวจสอบให้แล้วทุกอย่าง คนเราอาจจะมีไปเที่ยวบ้าง แต่มิได้หมายความว่า ไปเป็นเมียใคร อย่าอุปโลกน์ ถ้ามีหลักฐานมากกว่านั้นก็จัดมา อย่าอยู่ในโลกแห่งจินตนาการ” เขายืนยันว่าหนิง ปัทมา ไม่ได้มีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวตามที่ถูกกล่าวหา

เปิดโอกาสให้เคลียร์ทุกข้อกล่าวหา

บอสณวัฒน์กล่าวว่า “หนิง เขาสวย ยังไงคนก็วุ่นวายและวึ่นวือไปทั่ว อันนี้เป็นปกติอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นใครมีหลักฐานก็เอาออกมาให้เกลี้ยง มันจะได้เคลียร์ไปทีเดียว ผมเห็นด้วยความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย ถ้าเป็นจริงๆ ก็ว่ามา” เขาไม่กลัวการเปิดโปง แต่ขอให้ใช้หลักฐานที่ชัดเจน

“ใครไปกันแค่ไหน ไปกันเยอะไหม ไปแล้วทำยังไง มันก็ต้องบอกด้วย ถ้าเพียงพอก็ฟ้องน้องไปเลย เอากฎหมายเข้าแลกไป” เขาแนะนำให้ใช้กระบวนการทางกฎหมายหากมีหลักฐานเพียงพอ

ปกป้ององค์กรจากความเสียหาย

บอสณวัฒน์เผยสาเหตุที่ออกมาพูดครั้งนี้ว่า “เพราะมันเกี่ยวข้องกับผมนิดหนึ่ง ตรงที่มันไปไทเทิลผมตลอดเวลาที่ข่าวเขียน มีคำว่า มิสแกรนด์ ตลอดเวลา ผมไม่ชอบ ผมก็ถือว่าผมโปรเทคในส่วนที่เกี่ยวข้องผมเท่านั้นเอง” เขาย้ำว่าการกระทำของเขาคือการปกป้องภาพลักษณ์ขององค์กร

“ผิดก็ว่าไปตามผิด คนก็ว่าไปตามถูก พิมพ์อย่างนี้คนก็พิพากษาว่าผิดไปแล้ว ทำไมไม่ไปว่าผู้ชายบ้างอ่ะว่าผิด ไปไล่จีบเขาทำไม เซ้าซี้เขา ทำไมไม่ว่าผู้ชาย ไปว่าบ้างสิ” เขาวิพากษ์วิจารณ์สังคมที่มักตำหนิผู้หญิงมากกว่าผู้ชายในกรณีเดียวกัน

ขอให้รอฟังจากทั้ง 4 คน

บอสณวัฒน์กล่าวทิ้งท้ายว่า “ผมไม่ได้ว่าหนิงผิดหรือถูก แต่ตั้งข้อสงสัยว่าทำไมผู้ชายลอยตัวทุกครั้ง กลายเป็นคนดีไปหมดทุกครั้ง แน่นอนว่าผู้หญิงอาจจะไม่ได้ดีก็ได้ แต่ทำไมผู้ชายอยู่ในเซฟโซนทุกครั้ง อย่าสรุปให้ใครเป็นเหยื่อในเคสนี้”

“แต่ถ้าสรุปแล้วหนิงผิด ก็สมควร แต่ถ้าผู้ชายมีครอบครัวแล้วจะไปยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงอื่นทำไม ทำไมไม่ด่ากันแบบนี้ กลายเป็นว่าคนเริ่มต้นเป็นผู้ชาย แต่ผู้หญิงกลับซวย ทำไมไม่ไปว่าคนเริ่มต้นล่ะ อันนี้พูดถึงตรรกะทั่วไป ไม่ได้ว่าใคร” เขาเน้นย้ำให้ทุกฝ่ายรอฟังความจริงจากทั้ง 4 คนที่เกี่ยวข้องก่อนที่จะตัดสิน