กลายเป็นนักธุรกิจสาวเต็มตัวแล้วสำหรับ เต้ย จรินทร์พร จุนเกียรติ ที่ทุ่มเงินเก็บทั้งหมดเพื่อซื้อที่ดินและสร้างบ้านพักตากอากาศสไตล์มินิมอลที่ประเทศญี่ปุ่น โดยเต้ยเล่าถึงที่มาของบ้านหลังนี้ด้วยรอยยิ้มว่าเริ่มต้นจากความชอบส่วนตัวล้วนๆ เพราะตนเองเป็นคนชอบเล่นสโนว์บอร์ดและหลงรักไลฟ์สไตล์ของญี่ปุ่น
แรงบันดาลใจจากความชอบ
เต้ยเผยว่า “เป็นคนชอบเล่นสโนว์บอร์ดอยู่แล้วค่ะ แล้วก็ชอบไลฟ์สไตล์ที่นู่น มีเงินเก็บจากการทำงานมาก็เลยเอาไปสร้างตรงนั้น แต่จริงๆ แล้วเหมือนเต้ยทำไปแบบอาจจะไม่ได้คิดเยอะมาก ทำจากความรู้สึกชอบล้วนๆ ค่ะ เดี๋ยวมีปล่อยเช่า มีอะไร พอเงินไปลงมันก็ต้องมีรีเทิร์นกลับมาด้วย” โดยเธอยืนยันว่าเป็นการซื้อที่แล้วสร้างบ้านจริงๆ
เมื่อถามถึงภาษีที่ดินที่ญี่ปุ่นที่แพงและการเป็นคนต่างชาติซื้อที่ เต้ยตอบว่า “ถึงได้บอกไงคะว่าทำด้วยใจล้วนๆ แล้วพอทำเสร็จมันมีภาษี มีนู่นมีนี่ที่ต้องจ่าย (ทำเรื่องขอยากไหม?) ต้องทำทุกอย่างตามระบบของเขามากๆ เลย เพราะว่าญี่ปุ่นเขาค่อนข้างที่จะเข้มงวดกับทุกเรื่อง แต่ก็ชัดเจนดี จะมีขั้นตอนที่ค่อนข้างเยอะ ก็เดี๋ยวต้องมี Management Company ที่คอยดูแลบ้านให้ เต้ยก็คอยจัดการ”
แผนการในระยะยาว
สำหรับการใช้ชีวิตสลับระหว่างไทยกับญี่ปุ่น เต้ยบอกว่า “ปลายปีอาจจะไปอยู่บ้าง (ไปอยู่มากี่เดือน?) ที่ผ่านมาประมาณ 3 เดือนได้ ตอนนี้เสร็จ 100% แล้ว มีคนถามมาเรื่อยๆ ค่ะ เดี๋ยวรอลงพวกเว็บ ก็อย่าลืมเข้ามาจองกันนะคะ” และเมื่อถามว่ามองระยะยาวว่าจะทำธุรกิจที่ญี่ปุ่นหรือไม่ เต้ยตอบว่า “ใช่ ก็มองยาวๆ ว่า มันเริ่มจากไลฟ์สไตล์ที่เราชอบก่อน เริ่มจากสิ่งที่เราแฮปปี้กับตรงนี้ แต่ถ้าสร้างไว้อย่างเดียว แล้วเราไม่ได้ไปอยู่ก็ไม่ได้ ก็เลยมีปล่อยเช่าด้วย”
ส่วนบั้นปลายชีวิตจะไปอยู่ที่นั่นถาวรหรือไม่ เต้ยกล่าวว่า “ยังไม่รู้เหมือนกัน มันไม่มีอะไรแน่นอน แต่ว่าที่นั่นก็เป็นอีกที่หนึ่งที่พอไปอยู่แล้วก็มีความสุขมากๆ” นอกจากนี้ยังมีเพื่อนคนไทยไปสร้างบ้านแถวนั้นด้วย โดยมีไอดอลเป็นพี่เคนและพี่หน่อย ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านกัน
การลงทุนและธุรกิจ
เมื่อถูกถามถึงจำนวนเงินลงทุน เต้ยตอบว่า “เราไม่พูดเรื่องตัวเลขดีกว่าค่ะ มันเจ็บนิดหนึ่ง แต่เอาเป็นว่าทำงานอยู่ไทย ไม่ได้ไปไหน เพราะเดี๋ยวนี้เวลาเจอใครเขาจะชอบถามว่านี่อยู่ไทยหรือเปล่า เพราะคนก็แซว จริงๆ แล้วเหมือนกับว่าเราทำงานมา มีเงินเก็บแล้วก็ไปลงทุนในสิ่งที่เรารู้สึกว่าเราชอบ ไม่ได้ขนาดนั้น เหมือนสร้างบ้านที่ไทยนั่นแหละ เพราะไม่ได้สร้างใหญ่โตอะไร เป็นแบบเล็กๆ (คนอิจฉาบ้านสวยมากเลย?) ขอบคุณมากๆ เลย โชคดีได้วิวดีด้วย เป็นวิวภูเขาพอดี”
ความรักกับแฟนหนุ่มชาวเม็กซิโก
ส่วนเรื่องความรักกับ คาร์ลอส อี แลง ช่างภาพและอินฟลูเอนเซอร์หนุ่มชาวเม็กซิโก ที่คบกันมากว่า 2 ปี เป็นรักทางไกลที่อยู่คนละฟากโลก เต้ยยอมรับว่ามีความท้าทายสูง “ก็ดี เรื่อยๆ เป็น Long Distance ก็ไม่ได้ง่ายมาก มันก็ยากเหมือนกันเพราะว่าเขาอยู่แบบอีกฟากหนึ่งเลย เวลาจะไม่ค่อยตรงกันมาก แต่ก็ดีเหมือนกัน เหมือนต่างคนต่างโฟกัสในเรื่องของตัวเองไป”
เมื่อถามว่าระยะทางเป็นอุปสรรคมากน้อยแค่ไหน เต้ยตอบว่า “มันไม่ง่ายเลย ไทม์โซนก็คือตอนนี้ของเขาคือเช้า มันกลับกันเลย ก็ยาก แต่มันเป็นเรื่องของวัฒนธรรมที่ต่างกันด้วย ภาษาที่ต่างกันด้วย ระยะเวลาที่ต่างกันด้วย ค่อนข้าง Challenge เหมือนกัน แต่โดยรวมแล้วเราคุยกันแล้วเราเข้าใจกัน อันนี้ถือว่าเป็นหลักมากกว่า”
ส่วนความเข้าใจในเนื้องานของกันและกัน เต้ยกล่าวว่า “เขาอาจจะไม่ได้เข้าใจ 100% ขนาดนั้น เพราะด้วยบริบทของสังคมมันก็ไม่เหมือนกัน แต่เต้ยรู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่สนุกดี ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ได้เปิดหูเปิดตา รู้วัฒนธรรมของเขาด้วย”
หลักในการคบกัน
ด้วยความต่างของเวลาและวัฒนธรรม เต้ยยึดหลัก “ความไว้เนื้อเชื่อใจกัน แล้วก็เป็นกำลังใจที่ดีให้กันอยู่ตลอด มันก็ต้องมีการคุยกันอยู่เรื่อยๆ แต่อาจด้วยความคิดพวกเราโตกันแล้วด้วย ก็ไม่ได้ต้องคุยกันตลอดเวลา ส่วนใหญ่จะเป็นการส่งข้อความมากกว่า ว่างๆ ก็คุยกันบ้างนิดหน่อย”
เมื่อถามว่าเขาเข้าใจในงานของเต้ยหรือไม่ เต้ยตอบว่า “เขาจะไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ แต่ก็มีให้กำลังใจบ้างเท่าที่เขาจะเข้าใจ” และเขารู้ไหมว่าเต้ยเป็นนางเอกดังของเมืองไทย “เขาเคยมา และเวลาไปไหนด้วยกันก็จะมีคนเรียกแบบ มาตา มาตา ดารา ดารา เขาก็จะอ๋อ รู้จักคำพวกนี้”
โอกาสได้เจอกันบ่อยไหม “จะเจอกันมันแล้วแต่ช่วงเวลามากๆ เลย แต่เนี่ยก็จะไม่ได้เจอกันประมาณ 3-4 เดือนแล้ว เดี๋ยวคงได้เจอแป๊บๆ เขาอาจจะมา ยืนยันว่าเรื่อยๆ มันก็ต้องทำความรู้จักแล้วก็ปรับจูนกันไป แต่โดยรวมแล้วแฮปปี้” และทิ้งท้ายว่า “เป็นหนึ่งพูดภาษาไทยไม่ได้เลย อยากให้พูดภาษาไทยได้มาก (หัวเราะ)”



