ชมพู่เอ็นดูน้องเกลเล่าโมเมนต์พ่อขอแม่แต่งงาน เปิดใจเรื่องต้าเหนิง
ชมพู่เอ็นดูน้องเกลเล่าโมเมนต์พ่อขอแม่แต่งงาน

เรียกได้ว่าเป็นโมเมนต์ที่ทำเอาแฟนๆ เอ็นดูกันหนักมาก เมื่อ น้องเกล ลูกสาวสุดน่ารักของนางเอกสาว ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต และนักธุรกิจหนุ่ม น็อต วิศรุต รังษีสิงห์พิพัฒน์ เล่าโมเมนต์วันที่คุณพ่อขอคุณแม่แต่งงานให้ มอส เพื่อนของน้องเกลได้ฟัง แถมรายละเอียดยังเป๊ะมาก

ล่าสุด ชมพู่พา น้องเกล มาร่วมงาน Alpha Skills Summit & Expo 2026 ณ ไอคอนสยามฮอลล์ ชั้น 7 ศูนย์การค้าไอคอนสยาม ทำให้คุณแม่และคุณลูกได้พูดถึงเรื่องนี้ อีกทั้งแม่ชมยังเล่าถึงพัฒนาการของ น้องพายุ ลูกชายที่ตอนนี้สนใจเรื่องการแข่งรถ รวมถึงถามถึงเรื่องของคนสนิทอย่างนักแสดงรุ่นน้อง ต้าเหนิง กัญญาวีร์ หลังลดสถานะกับ เจเจ กฤษณภูมิ

ชมพู่เปิดใจเรื่องน้องเกลเล่าโมเมนต์แต่งงาน

ชมพู่กล่าวว่า “สำหรับไวรัลที่น้องเกลพูดถึงงานแต่งของชม ชมก็ไม่รู้ว่าไปดูมาตอนไหน ยังไม่เคยเปิดให้ดู ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่คิดว่าคงต้องมีคนลง เพราะมันเป็นช่วงวันครบรอบพอดี”

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เมื่อถามน้องเกลว่าใครเปิดคลิปให้ดู น้องเกลตอบว่า “แม่” ชมพู่จึงย้อนว่า “แม่เปิดเหรอ” น้องเกลเสริมว่า “กินโยเกิร์ตน่ะ” ชมพู่จึงนึกขึ้นได้ว่า “วันนั้นเหรอ แม่ลืมไปแล้ว”

เมื่อถามว่าคุณแม่แต่งงานกับใคร น้องเกลตอบทันทีว่า “ปะป๊า” และเล่าต่อว่าบรรยากาศวันนั้นเป็นยังไง โดยปะป๊าให้แหวนวงใหญ่กับคุณแม่ ชมพู่เสริมว่า “คือแม่จำไม่ได้ คือเราเปิดให้ดูแบบผ่านๆ พอเขามาเฉลยว่าเราเปิดให้ดูตอนนั้นก็เพิ่งนึกขึ้นได้ ว่าเราไถแบบผ่านๆ บางทีชมทุกวันนี้ จะหาดูรูปตอนเด็กๆ พี่สายฟ้าพายุก็ชอบไปดูใน TikTok มันก็จะชอบโผล่ขึ้นมา เราก็จะเรียกเขาเข้ามาดูว่าเธอจำวีรกรรมของเธอตอนเด็กๆ ได้ไหม”

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ชมพู่กล่าวถึงความเอ็นดูที่ลูกสาวเล่าเป็นฉากๆ ว่า “ก็เอ็นดู คือเอ็นดูที่ว่าอยู่บ้านเดียวกันตั้งนานแต่ไม่รู้ว่าแต่งงานกัน (หัวเราะ) ไม่รู้ว่าพ่อกับแม่เป็นอะไรกัน ไม่รู้สถานะ ซึ่งเขาไม่รู้ว่าแต่งแล้วหรือกำลังจะแต่ง” ส่วนในอนาคตจะเปิดให้ดูไหม ชมพู่ตอบว่า “คิดว่าไม่เปิดให้ดูเขาก็มีโอกาสได้เห็นแหละ เพราะดูทรงก็เป็นชาวเน็ตท่านหนึ่งเหมือนกัน”

การเลี้ยงลูกและการเปิดรับสื่อ

ชมพู่ยังกล่าวถึงการเปิดอะไรให้น้องเกลดูว่า “จริงๆ ถ้าสมมติว่าให้ดูจอนะ ก็จะเน้นเป็นคอนเทนต์แนวนอนมากกว่าอยู่แล้ว คอนเทนต์แนวสไลด์แนวตั้งก็จะไม่ให้ ก็เป็นอันรู้กันว่าถ้าใครในบ้านเห็นใครดูเป็นสไลด์แนวตั้งก็จะฟ้อง ส่วนหนึ่งคิดว่ามันเป็นเรื่องสมาธิด้วย ก็จะพยายามให้ดู ซึ่งเขาจะชอบเป็นพวกเพลง ดูเอ็มวี ก็พยายามจะเปิดให้ดูอะไรที่มันยาวๆ มากกว่า อย่างพวกนิทาน ครัวยายหนิง หรือทริปครอบครัว”

เมื่อถามว่าเขาดูเพลงใหม่ๆ ไหม ชมพู่ตอบว่า “ดูค่ะ แต่เขาก็ไม่ได้รู้จักทุกคน อะไรที่อยู่ในสารบบเขา เขาก็จะรู้ อย่างชมก็จะรู้ว่าวง BUS มีเพลงใหม่แล้ว ส่วนมากก็จะดูเป็นวงผู้ชาย” และเมื่อถามว่าเขารู้ไหมว่าแม่เคยร้องเพลงประกอบละครมาก่อน ชมพู่กล่าวว่า “ก็มีเปิดให้ดูบ้าง ถามว่าเขาเชื่อไหมว่านี่เป็นคุณแม่จริงๆ เขาเชื่อ แต่เขาก็จะบอกว่าแม่เปลี่ยน ไม่โดน (หัวเราะ)”

พัฒนาการของน้องพายุกับการแข่งรถ

ชมพู่เล่าว่าล่าสุดน้องพายุไปแข่งรถมา โดยคุณแม่ไม่ได้ไปในวันที่เขาแข่งเพราะมาทำงานกับน้องเกล แต่คุณพ่อไปทุกรายการ ทั้งเวลาไปซ้อมหรือไปแข่ง ส่วนเวลาฝึกซ้อมนั้น “ก็เล่นไปเรื่อยๆ นะ เล่นต่อเนื่องมาสักพักหนึ่งแล้วค่ะ จริงๆ ก็พาไปเล่นทั้งคู่ แต่ว่าพายุเขาชอบ ก็น่าจะเป็น ไม่แน่ใจว่าถึงปีดีหรือยัง”

สิ่งที่เปลี่ยนไปหลังจากน้องพายุได้ลองทำสิ่งนี้ ชมพู่กล่าวว่า “ก็น่าจะเป็นเรื่องของความมุ่งมั่นนะ ชมว่าเขาจะมีความ... อย่างเวลาสนามมันจะมีเปลี่ยนแทร็กทุกเดือน เพื่อที่จะให้คนที่มาเล่นได้เจอชาเลนจ์ใหม่ทุกเดือน เขาก็จะมีการจัดอันดับเวลา ในกลุ่มนี้ๆ เขาก็จะมีความหิวชัยชนะเหมือนกันนะ มีความอยากทำให้ดีกว่านี้ อยากทำเวลาให้เร็วขึ้น ก็เห็นความมุ่งมั่นเห็นความเอเนอร์จี ทะเยอทะยาน”

ส่วนเรื่องรางวัล ชมพู่กล่าวว่า “ก็อวยค่ะ อวยเท่านั้นที่ได้ แต่ถ้าเป็นเรื่องวัตถุ เขาไม่ค่อยขออะไรแปลกๆ เขาไม่ค่อยอยากได้อะไร ก็มีของเล่นไม่ได้มากอะไร พวกการ์ดโปเกมอน มีนิดๆ หน่อยๆ”

ให้กำลังใจต้าเหนิง

ชมพู่ยังเปิดใจถึงการให้กำลังใจต้าเหนิงหลังลดสถานะว่า “เราก็ไม่ได้พูดอะไรมากนะ มาก็อยู่ด้วยกันก็แค่นั้น เวลาน้องมาก็เล่นกับเด็ก ก็ให้เลี้ยงเกลไป เขาก็อยู่ด้วยกันมุ้งมิ้งกรุ๊งกริ๊ง เราก็ให้เขาอยู่ด้วยกัน ก็ไม่ได้ไปถามอะไร ไม่ได้ไปอะไรมาก ถ้าเขาอยากเล่าอะไรเดี๋ยวเขาก็มาเล่าเอง”

เมื่อถามว่าเกลฮีลใจต้าเหนิงได้ดีไหม ชมพู่ตอบว่า “ต้องไปถามเจ้าตัว คือสไตล์ชม ชมไม่แนวซักใครอยู่แล้ว” และเมื่อถามว่าเป็นห่วงขนาดไหน ชมพู่กล่าวว่า “ห่วงยังไงก็เป็นห่วงในฐานะน้อง แต่ว่าสุดท้ายมันจะจบลงยังไง เดี๋ยวมันก็ผ่านไปได้ มันเป็นพาร์ตหนึ่งในชีวิต และมันก็เป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตค่ะ แค่นั้นเอง”