เป็นประเด็นที่ลากยาวมาตั้งแต่คืนวันศุกร์ เมื่อแฮชแท็ก #นักร้องชายค่ายตึกฟ้าย่านอโศก กลายเป็นที่สนใจในโลกออนไลน์ หลังจากที่ "ฟาริดา" หรือ ฟารีดา เอลิซ่าเบธ ที นักร้องนักแสดงสาว ได้ออกมาอัดคลิปโพสต์ลง TikTok พูดถึงนักร้องชายค่ายดังย่านอโศก ที่ซุกโลกหลายใบ พรากผู้เยาว์ และพัวพันกับยาเสพติด ที่สำคัญทำเธอท้องและไม่รับผิดชอบ
ฟาริดาเปิดใจกับไทยรัฐบันเทิง
ล่าสุด ฟาริดา ได้เปิดใจพูดถึงเรื่องนี้ผ่าน "ไทยรัฐบันเทิง" ว่า หนูรู้จักกับนักร้องคนนี้ผ่านเพื่อนคนหนึ่งในช่วงที่เขาเดบิวต์ใหม่ๆ เพื่อนของหนูคนนี้เขาเคยเป็นแฟนเก่าของนักร้องในวงเหมือนกัน ก็เลยได้รู้จักกัน และได้มีการฟอลโลว์ไอจีกัน แต่ตอนนั้นยังไม่ได้คุยจริงจังมาก แต่เหมือนนักร้องชายคนนั้นเขาก็เหมือนมีแฟนอยู่แล้วมั้ง ไม่รู้ แต่ว่าเหมือนเขามาพูดกับเพื่อนหนูว่า สนใจหนูนะ เล็งๆ อยู่ แต่ตอนนั้นหนูก็ไม่รู้ว่าเขามีคนอื่นอยู่รึเปล่า
จนกระทั่งช่วง ต.ค.-พ.ย. ที่ผ่านมานี้ หนูเริ่มมีการคุยจริงจังขึ้น คือช่วงก่อนหน้านั้นก็แซวๆ กันผ่านสตอรี่ คนนั้นลงสตอรี่ก็แซวๆ กัน ยังไม่ได้คิดอะไร แต่พอมาช่วง ต.ค.-พ.ย. ที่ผ่านมา หนูกับเขาเริ่มคุยกันจริงๆ เจอกันบ่อยขึ้น ไปเที่ยวด้วยกันบ่อยขึ้น
จนกระทั่งเหมือนช่วงเดือน ก.พ. ตอนนั้นหนูก็เริ่มตั้งครรภ์แล้ว แต่หนูยังไม่รู้ตัว แต่มารู้ตัวช่วงท้อง 3 เดือนแล้ว ก็เลยบินกลับจากไต้หวันมาบอกเขา เพราะตอนนั้นหนูบินไปทำงานที่ไต้หวัน ไปร้องเพลง แต่อันนี้หนูมีพยานเพราะมีเพื่อนอยู่ในสายโทรศัพท์ ก็เลยคาสายทิ้งไว้
คำพูดสุดช้ำจากปากนักร้องตึกฟ้า
ฝ่ายชายก็พูดประมาณว่า เธอจะมีลูกเหรอ เธอก็รู้หนิว่าเขาไม่พร้อมจะมีลูก เธอจะให้เขาทำยังไง บ้านเธอรวยเหรอถึงเก็บเอาไว้ ก็ไปเลี้ยงเองสิ อะไรอย่างนี้ แล้วหลังจากนั้นเรื่องมันก็แดงออกมา คือฝ่ายชายอยู่ในบ้านร้านสัก แล้วก็มีเด็กผู้หญิงที่เป็นแฟนกับอีกคนเขามาเล่าให้หนูฟังว่า นักร้องชายคนนี้ไม่ได้มีหนูคนเดียว ก็คือคบคนโน้นคนนี้ด้วย มีทั้งเด็กอายุ 20 เด็กมหาวิทยาลัย คบเยอะมากเลย หนูก็รู้สึกว่าอันนี้มันไม่โอเคแล้ว
จนกระทั่งมีผู้เสียหายหลายๆ ท่านมาเล่าให้หนูฟังว่า เจอแบบเหตุการณ์นี้ ซึ่งช่วงก่อนหน้านี้หนูก็แฉเขาไปแล้วรอบหนึ่ง แต่ว่าข่าวมันไม่ดัง ก็มีคนทักมาเชียร์หนูให้แฉอีกรอบหนึ่งเพื่อที่ข่าวมันจะได้ดัง จนกระทั่งแฉรอบนี้เรื่องก็แดงออกมาเลย
ความสัมพันธ์และการตั้งครรภ์
เมื่อถามถึงระยะเวลาที่รู้จักกับฝ่ายชาย ฟาริดาเผยว่า รู้จักตั้งแต่ช่วงที่เขาเดบิวต์เลย แต่จำไม่ได้ว่าเดบิวต์ปีไหน ความสัมพันธ์นั้นไม่นาน ปุบปับแล้วหนูก็ท้องเลย โดยฝ่ายชายเทคแคร์ดี แต่การเทคแคร์ของเขาในตอนนั้นเขาไม่ได้มีเราคนเดียว ตอนนั้นหนูไม่รู้ไงว่าเขามีคนอื่น วันที่หนูไปบอกเขาว่าท้อง หนูเจอเส้นผมของเด็กผู้หญิงในห้อง ก็คือเส้นผมของเด็กมหาลัยที่หนูพูดในคลิปเลย
เมื่อถามว่าอีกฝ่ายพอรู้ว่าเราตั้งครรภ์แล้วแสดงความรับผิดชอบหรือไม่ ฟาริดาตอบว่า ไม่ มีการให้หนูไปเอาออกด้วย แต่ว่าที่บ้านหนูเขาไม่ให้เอาออก โดยเฉพาะพ่อแท้ๆ ของหนูเขาไม่ให้เอาออก หนูก็เลือกที่จะเก็บไว้ เพราะรู้สึกไม่อยากทำร้ายเด็ก และหนูก็รู้สึกว่าหนูเลี้ยงได้ หนูทำงาน นอกจากหนูจะเล่นละคร หนูเล่นหนัง หนูทำงานอย่างอื่นด้วย หนูไม่ได้ทำงานแค่อย่างเดียว หนูก็เลี้ยงเขาได้
เหตุผลที่ตัดสินใจแฉ
ฟาริดาให้เหตุผลที่ตัดสินใจออกมาแฉ เปิดหน้าสู้ว่า หนูไม่อยากให้เขาลอยนวล หนูได้ยินพวกแฟนเก่าของเขาก็ทักมาหาหนู เหมือนว่าเขาทำแบบนี้มานานแล้ว และผู้เสียหายเยอะมากเลย ไปหลอกเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ต่ำกว่า 18 แล้วก็พวกนักร้องลูกทุ่งผู้หญิงค่ายต่างๆ ก็ทักมาหาหนูในอินสตาแกรมประมาณว่า ก็โดนเหมือนกัน แต่รู้ตัวทันอะไรอย่างนี้ แต่ส่วนมากที่ทักมาหาหนูไม่มีใครอายุถึง 18 เลย หมายถึงนักร้องหญิงลูกทุ่งคนอื่น
การตอบสนองจากค่ายต้นสังกัด
หลังจากที่เราพูดผ่านคลิปออกไป ทางค่ายต้นสังกัดของฝ่ายชายไม่ได้มีการเทคแอคชั่นใดๆ เลย มีแต่ทางผู้จัดการเขา แต่ว่าผู้จัดการเขาก็ฟอลโลว์ไอจีหนู แต่ไม่ได้ทักอะไรมา ส่วนตัวฝ่ายชายเงียบเลย ไม่มีพูดอะไร ไม่มีส่งข้อความอะไรเลย ตอนนี้คนที่เคลื่อนไหวก็มีแค่ทางผู้จัดการของฝั่งหนูคนเดียว
ความกลัวและการตรวจ DNA
ฟาริดากล่าวว่าไม่กลัวกระแสสังคมตีกลับหรือแฟนคลับฝ่ายชายโจมตี เพราะพูดความจริง และถ้าฝ่ายชายท้าตรวจ DNA ก็ยินยอม เพราะหนูมีเขาคนเดียว
สภาพจิตใจและการเดินหน้าต่อไป
สภาพจิตใจตอนนี้ ฟาริดาบอกว่าถ้าพูดตรงๆ ใจลึกๆ ก็ไม่ไหว แต่พยายามจะไม่เครียด เพราะไม่ได้ตัวคนเดียวแล้ว แต่มีเด็กอีกคนหนึ่ง ก็เลยพยายามร่าเริงไว้ และที่ในไลฟ์สดหนูก็พยายามยิ้ม หัวเราะ หนูไม่อยากทำให้ตัวเองเครียด
ส่วนประเด็นที่เห็นในคลิปก่อนหน้านี้ที่บอกว่าฝ่ายชายมีฉี่ม่วง ฟาริดาเผยว่าไม่รู้ว่าฉี่ม่วงรึเปล่า แต่ว่าแฟนเก่าของคนในวงเขามาเล่าให้หนูฟัง หนูก็เลยท้ากลางไลฟ์สดว่า ท้าตรวจฉี่
จากนี้ ฟาริดาจะสู้ให้ถึงที่สุด เพราะรู้สึกว่าไม่อยากให้เขาลอยนวล ทำแบบนี้กับใครอีก และอยากให้เขาออกมารับผิดชอบด้วย แต่หนูก็รู้คำตอบอยู่แล้ว และไม่อยากให้เขาทำอย่างนี้กับใครอีก
เมื่อถามถึงความรู้สึกที่คนอื่นบอกว่าโดนแบบเดียวกัน ฟาริดาเผยว่ารู้สึกว่ามีหลักฐานที่จะสู้กับเขาได้ และพร้อมสู้หากมีการฟ้องร้องทางกฎหมาย



