หนุ่มใหญ่ชาวอังกฤษร้องเพลงคาราโอเกะดังลั่น บ้านเพื่อนบ้านทนไม่ไหวแจ้งตำรวจ
หนุ่มอังกฤษร้องคาราโอเกะดังลั่นบ้านเพื่อนบ้านทนไม่ไหวแจ้งตำรวจ

เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นในเมืองลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ เมื่อชายวัย 53 ปี ชาวอังกฤษ ถูกตำรวจเรียกเก็บค่าปรับ 500 ปอนด์ หรือประมาณ 22,000 บาท หลังจากที่เขาร้องเพลงคาราโอเกะเสียงดังภายในบ้านพักของตนเอง จนเพื่อนบ้านร้องเรียนว่าได้รับความเดือดร้อนจากเสียงเพลงที่ดังลั่นตลอดทั้งวัน

รายละเอียดเหตุการณ์

ตามรายงานของสื่อท้องถิ่น ชายผู้นี้มีชื่อว่า มิสเตอร์สมิธ (นามสมมุติ) ซึ่งอาศัยอยู่ในบ้านพักย่านชานเมือง เขามักจะเปิดเพลงและร้องคาราโอเกะเป็นประจำทุกวัน โดยเฉพาะในช่วงบ่ายถึงค่ำ เสียงเพลงดังจนเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกันทนไม่ไหว จึงได้แจ้งตำรวจเข้ามาตรวจสอบ

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินทางมายังบ้านของมิสเตอร์สมิธ พร้อมกับอุปกรณ์วัดระดับเสียง พบว่าเสียงดังเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด โดยวัดได้สูงถึง 85 เดซิเบล ซึ่งเกินกว่าขีดจำกัดที่ 65 เดซิเบลในช่วงเวลากลางวัน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

คำชี้แจงของผู้ถูกกล่าวหา

มิสเตอร์สมิธให้การกับตำรวจว่า เขาเป็นนักร้องสมัครเล่น และกำลังฝึกซ้อมเพื่อเตรียมตัวไปประกวดร้องเพลงในรายการโทรทัศน์ เขาอ้างว่าไม่รู้ว่าการร้องเพลงของเขาดังเกินไป และคิดว่าการร้องเพลงในบ้านตนเองไม่ผิดกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ตำรวจได้ออกคำสั่งให้เขาลดระดับเสียงลงทันที และหากยังฝ่าฝืนอีกจะถูกปรับเพิ่มเป็น 1,000 ปอนด์ หรือประมาณ 44,000 บาท

ปฏิกิริยาจากเพื่อนบ้าน

เพื่อนบ้านรายหนึ่งให้สัมภาษณ์ว่า เสียงร้องเพลงของมิสเตอร์สมิธนั้นดังมากจนแทบจะไม่ได้ยินเสียงโทรทัศน์ของตนเอง บางครั้งก็ร้องเพลงเดิมซ้ำๆ เป็นชั่วโมง ทำให้เกิดความเครียดสะสม หลังจากที่แจ้งตำรวจก็รู้สึกโล่งใจที่ปัญหาได้รับการแก้ไข

ขณะที่เพื่อนบ้านอีกคนหนึ่งกล่าวว่า ไม่ได้มีเจตนาจะกลั่นแกล้ง แต่เพียงต้องการให้ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ตามกฎหมายของอังกฤษ การก่อให้เกิดเสียงดังรบกวนในเวลาที่ไม่เหมาะสมถือเป็นความผิดทางแพ่ง ผู้ที่ถูกร้องเรียนอาจถูกปรับสูงสุดถึง 5,000 ปอนด์ และหากเป็นคดีอาญาอาจมีโทษจำคุก

กรณีของมิสเตอร์สมิธถือว่าเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับผู้ที่ชอบร้องเพลงคาราโอเกะหรือทำกิจกรรมที่ก่อให้เกิดเสียงดัง ควรคำนึงถึงสิทธิของผู้อื่นและปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อความสงบสุขของสังคม

เหตุการณ์นี้ยังถูกแชร์ในโลกออนไลน์อย่างกว้างขวาง โดยชาวเน็ตบางส่วนเห็นใจมิสเตอร์สมิธที่ถูกปรับ แต่ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการกระทำของตำรวจที่รักษาความสงบเรียบร้อย