ไม่ว่าจะหยิบจับหรือเคลื่อนไหวอะไร ก็โดนจับตามองไปทั้งหมด แค่หายใจก็กลายเป็นดราม่าแล้ว สำหรับ บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ที่ล่าสุดเจ้าตัวมาเปิดใจกลางรายการ "คุยแซ่บโชว์" ทางช่องวัน 31 ว่าบางทีก็แอบเซ็งกับบางดราม่า ที่พอคนอื่นพูด แต่ไหงทำไมไม่เป็นดราม่า แต่พอตัวเองพูด โดนด่าทุกครั้งว่า "หิวแสง" รวมไปถึงขอแก้ข่าวว่าตนเองไม่ใช่เด็กเส้น หลังมีกระแสว่าตัวเองเตรียมจะเข้ารับยศของกระทรวงกลาโหม
เปิดใจเรื่องลูกและครอบครัว
บุ๋มยังได้พูดถึงลูกชายทั้งสองคน คือ อาเธอร์ และ อเล็กซ์ ว่า อาเธอร์เป็นคนช่างสังเกต คล้ายตัวเอง ส่วนอเล็กซ์เหมือนคุณพ่อ มีมนุษยสัมพันธ์สูง เข้ากับคนง่าย บุ๋มเผยว่าอเล็กซ์เป็นคนติดแม่มาก ต้องอุ้มตลอดเวลา และหวงแม่มาก ใกล้พ่อก็ไม่ได้ ส่วนเรื่องปิดจ็อบความเป็นคุณแม่ บุ๋มตอบว่าปิดแล้ว แต่คุณพ่อยังอยากได้เพิ่ม
เจอนายกฯ โดนแซวปากจัด
บุ๋มเล่าถึงเหตุการณ์ที่ได้เจอท่านนายกอนุทิน ชาญวีรกูล ในงานหนึ่ง ท่านเดินเข้ามาชมว่าน้ำหนักลงเยอะ และรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมก็บอกว่าจะดึงบุ๋มไปช่วยงานที่กระทรวง ท่านนายกก็เตือนว่าระวังนะคนนี้ปากจัด บุ๋มยอมรับว่าตนเองปากจัดจริง เวลานักข่าวมาสัมภาษณ์เรื่องนโยบายอะไรที่คิดว่าสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ก็พูดตรงๆ
ดราม่าถูกฟาดว่าเสือก
บุ๋มพูดถึงกรณีที่ถูกคู่กรณีของพี่ลูกหมีฟาดว่า "อีบุ๋มอย่าเสือก" หลังจากที่บุ๋มเป็นพิธีกรในรายการที่นำทั้งสองฝ่ายมาคุยกันเมื่อสองปีก่อน บุ๋มยืนยันว่าตนไม่ได้ชี้นำสังคม แต่พูดไปตามข้อเท็จจริง และไม่คิดจะฟ้องกลับ เพราะเข้าใจว่าคู่กรณีอาจเครียดจากคดีต่างๆ ส่วนเรื่องถูกมองว่าหิวแสง บุ๋มบอกว่าเข้าใจและไม่เข้าใจ เพราะตนก็จัดรายการเหมือนคนอื่น แต่คนอื่นไม่โดน แต่พอเป็นชื่อบุ๋ม เรตติ้งขึ้น ทำให้ถูกจับตามองอยู่คนเดียว
แจงดราม่าเด็กเส้นรับยศทหาร
บุ๋มอธิบายถึงกรณีที่เตรียมเข้ารับยศว่าที่พันโทหญิงจากกระทรวงกลาโหม ในฐานะกำลังพลสำรอง ว่า กำลังพลสำรองคือใครที่เกณฑ์ทหารแล้ว หรือเป็น รด. ก็เป็นกำลังพลสำรอง ตั้งแต่ปี 66 ได้เปิดรับคนนอกเข้ามาช่วยงานทหาร บุ๋มสมัครในตำแหน่งประชาสัมพันธ์ เพราะทำงานด้านสื่อมานาน และต้องผ่านการตรวจสอบประสบการณ์ การได้ยศไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องฝึกและอบรมตามระเบียบ รวมถึงฝึกภาคสนามด้วย และตำแหน่งนี้ไม่ได้เงินเดือน มีแต่ตำแหน่งและสวัสดิการบางส่วน บุ๋มยืนยันว่าไม่ได้มีเส้นสาย และไม่ได้คิดจะลงเล่นการเมือง เช่น ผู้ว่าฯ กทม. หรือ สส. เพราะตนเป็นกู้ภัยโดยสายเลือด อยากช่วยคนโดยไม่แบ่งสี
ยกทรัพย์สิน 30 ล้านให้มูลนิธิ
บุ๋มเปิดเผยว่าได้เซ็นยกทรัพย์สินมูลค่ากว่า 30 ล้านบาทให้กับมูลนิธิ ซึ่งเป็นที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ดำเนินงานมา 12 ปี โดยประกาศว่าเมื่ออายุ 50 ปี ที่ดินขององค์กรจะไม่ใช่ชื่อของปนัดดา แต่เป็นสมบัติของชาติ ส่วนลูกๆ ก็มีบ้านมูลค่า 40 ล้านบาทและเงินเตรียมไว้ให้เรียนจนจบแล้ว บุ๋มบอกว่าตนมีเงินก่อนมีมูลนิธิ และได้แยกทรัพย์สินให้ลูกแต่ละคนไว้แล้ว
ชีวิตครอบครัวในวัย 50
บุ๋มกล่าวถึงความสัมพันธ์กับสามีในวัย 50 ว่าไม่ค่อยหวานกัน เพราะลูกยังเล็ก ต่างคนต้องดูแลลูก และบุ๋มต้องลงพื้นที่ช่วยเหลือสังคมบ่อยครั้ง รวมถึงมีอาการปวดหลังจากกล้ามเนื้อฉีก



