เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 8 พฤษภาคม ที่ สน.โคกคราม ลูกหมี รัศมี ทองสิริไพรศรี พร้อมด้วย ทนายกุ้ง อำนวยพร มณีวรรณ์ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ ปู มัณฑนา หิมะทองคำ ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา หลังถูกอีกฝ่ายโพสต์ข้อความโจมตีผ่านโซเชียลมีเดียอย่างต่อเนื่อง
สาเหตุการแจ้งความ
ลูกหมีเปิดเผยว่า ตัดสินใจเข้าแจ้งความเนื่องจากถูกด่าทออย่างหนักนานหลายสัปดาห์ มีการโพสต์ข้อความทุก 2-3 ชั่วโมง ไม่เพียงแต่ด่าตนเองเท่านั้น แต่ยังพาดพิงถึงบุคคลอื่นด้วย จึงต้องใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย ส่วนข้อกล่าวหาว่าตนทำลายธุรกิจของ ปู มัณฑนา ลูกหมีชี้แจงว่า ตั้งแต่รู้จักคู่กรณีมาไม่เคยเห็นธุรกิจตามที่กล่าวอ้าง ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า นาฬิกา รถยนต์ คอลลาเจน หรือธุรกิจอื่น ๆ จึงไม่ทราบแน่ชัดว่าคู่กรณีทำธุรกิจประเภทใด
คดีที่ 6 ในชั้นศาล
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงจำนวนคดี ลูกหมีระบุว่า หากนับในชั้นศาลถือเป็นคดีที่ 6 แต่ในส่วนของสถานีตำรวจเป็นคดีที่ 2 ตนยอมรับว่าช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดความเครียดสะสม เนื่องจากเรื่องราวยืดเยื้อมานานกว่า 2 ปี และยังไม่ได้รับเงินคืน โดยปกติเมื่อมีความทุกข์จะพยายามเข้มแข็ง แต่ช่วงนี้ยอมรับว่าหลุด เพราะคดีดำเนินมายาวนาน ถูกด่าอย่างหนักในโลกออนไลน์ รวมถึงมีบุคคลอื่นถูกพาดพิง ทำให้รู้สึกกดดัน และตั้งใจจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพื่อไม่ให้บุคคลลักษณะนี้ไปสร้างปัญหาหรือทำร้ายผู้อื่นในสังคม พร้อมขอให้ศาลพิจารณาคดีนี้เป็นพิเศษ
ยืนยันโพสต์ตามข้อเท็จจริง
เมื่อสอบถามกรณีที่คู่กรณีกล่าวหาว่าลูกหมีเป็นฝ่ายเริ่มก่อน เจ้าตัวยืนยันว่าทุกสิ่งที่ตนหรือบุคคลอื่นโพสต์เป็นไปตามข้อเท็จจริง และไม่เคยใช้คำหยาบคาย พร้อมมองว่าคนที่เดือดร้อนใจอาจคิดว่าเป็นเรื่องของตัวเอง เพราะเวลาที่ตนโพสต์อะไรก็มักถูกมองว่าเป็นความผิดทั้งหมด
ลูกหมียกตัวอย่างเหตุการณ์ระหว่างเดินทางไปเที่ยวจังหวัดกระบี่กับทนายกุ้งและทนายเดชา โดยในช่วงที่ทนายเดชากำลังไลฟ์สดพูดคุยกับประชาชน มีผู้สอบถามว่ากำไล EM สามารถใส่ขึ้นเครื่องบินได้หรือไม่ ทนายเดชาระบุว่าไม่ทราบ ตนจึงค้นหาข้อมูลและพบว่ากำไล EM ไม่สามารถใส่ขึ้นเครื่องบินได้เพราะสัญญาณอาจรบกวนระบบ จึงนำข้อมูลมาโพสต์ให้ความรู้โดยไม่ระบุชื่อบุคคลใด แต่กลับถูกต่อว่าและโจมตีทันที
เครียดแต่ไม่ถึงขั้นทำลายชีวิต
เมื่อถามว่าหงุดหงิดหรือไม่ที่เจอโพสต์ด่า ลูกหมีรับว่าช่วงนี้มีอาการหงุดหงิดบ้างเล็กน้อย บางครั้งต้องออกไปเที่ยว เต้น หรือทานข้าวเพื่อจัดการอารมณ์ แต่เมื่อปัญหาสะสมมานาน เวลาท้อก็ร้องไห้บ้าง พร้อมยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ได้ร้ายแรงถึงขั้นทำลายชีวิต เพียงแต่สูญเงินไปกว่า 2 ล้านบาท และมองว่าหากทุกฝ่ายช่วยกันแก้ปัญหา ทุกอย่างก็คลี่คลายได้ พร้อมยอมรับว่าตนโชคร้ายที่เจอคู่กรณีลักษณะนี้ จึงเลือกทำกรรมดีต่อไป ขณะที่อีกฝ่ายไม่เคยแก้ปัญหาเรื่องการใช้เงิน และมีคดีจำนวนมาก จึงอยากให้คู่กรณีส่องกระจกดูเงาตัวเอง
ทนายกุ้งแจงหลักฐาน
ด้านทนายกุ้งเปิดเผยว่า วันนี้ได้นำหนังสือรับรองและเอกสารหลักฐานมามอบให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีจนถึงที่สุด ในข้อหาดูหมิ่นด้วยการโฆษณาและหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา หลังพบข้อความจำนวนมากใช้ถ้อยคำรุนแรง เช่น “อีสลัดผัก” “อีดอกส้ม” รวมถึงกล่าวหาว่ามีการปกปิดข้อเท็จจริง บิดเบือนรูปคดีจากคดีแพ่งให้เป็นคดีอาญา และพยายามเกาะกระแสเพื่อสร้างชื่อเสียง
ทนายกุ้งยังระบุว่า คู่กรณียังกล่าวหาว่าทำให้รูปคดีเสียหายและบิดเบือนข้อเท็จจริง และที่บอกว่าลูกหมีทำลายธุรกิจถือว่าเข้าข่ายหมิ่นประมาท เพราะเป็นการกล่าวหาว่าลูกหมีไปทำลายชื่อเสียงและธุรกิจของผู้อื่น ทำให้คนอื่นเข้าใจลูกหมีผิด พร้อมย้ำว่าหากอีกฝ่ายอ้างว่าใช้สิทธิ์แสดงความคิดเห็น ก็สามารถชี้แจงข้อเท็จจริงได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับเป็นการใช้คำพูดรุนแรงและดูหมิ่นโดยตรง
ปู มัณฑนา เตรียมแจ้งความกลับ
ขณะเดียวกันมีรายงานว่า เวลา 15.00 น. ของวันเดียวกัน ปู มัณฑนา เตรียมเดินทางเข้าแจ้งความกลับที่ สน.โคกคราม เช่นเดียวกัน ซึ่งลูกหมีระบุว่าไม่ได้รู้สึกกังวลแต่อย่างใด และยินดีให้อีกฝ่ายดำเนินการตามสิทธิ์ พร้อมเผยว่าตนเองก็เตรียมเดินทางไปแจ้งความอีกหนึ่งสถานีตำรวจเช่นกัน เพราะมีผู้นำรูปภาพของตนไปใช้พร้อมถ้อยคำไม่เหมาะสมในโลกออนไลน์



