อู๊ด เป็นต่อ ออกมาเปิดเผยถึงปัญหากับอดีตเพื่อนรักในวงการที่ร่วมทำธุรกิจร้านอาหารด้วยกันยาวนานกว่า 30 ปี แต่สุดท้ายกลับถูกเบี้ยวหนี้และทิ้งภาระภาษีสรรพากรให้แบกรับฝ่ายเดียว จนต้องตัดสินใจตัดสัมพันธ์และเตรียมดำเนินคดีตามกฎหมาย
เปิดใจถึงปัญหาหนี้สิน
อู๊ด เป็นต่อ เล่าว่า ตนและภรรยาได้ยื่นมือช่วยเหลือเพื่อนรักรายนี้ตั้งแต่ช่วงชีวิตตกต่ำ โดยให้ใช้ชื่อในการทำธุรกิจร้านอาหารโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ แต่เมื่อร้านต้องปิดตัวลง คู่กรณีกลับไม่ปฏิบัติตามสัญญาและทิ้งหนี้สินรวมถึงปัญหากับสรรพากรไว้ให้ตนจัดการเพียงลำพัง จนต้องควักเงินส่วนตัวมาเคลียร์ปัญหา ซึ่งสร้างความเครียดอย่างหนักถึงขั้นต้องกู้เงินรายวันมาหมุนเวียน
ความสัมพันธ์สิ้นสุดลง
สิ่งที่ทำให้รู้สึกน้อยใจที่สุดคือ การที่ลูกหนี้รายนี้ยังคงใช้ชีวิตหรูหรา ตีกอล์ฟ ซื้อบ้านใหม่ และใช้จ่ายเงินซื้อของเข้าบ้านครั้งละเป็นล้านบาท ขณะที่อ้างว่าไม่มีเงินชำระหนี้ อู๊ดกล่าวว่า "เราเสียดายเงินและเสียใจกับความรู้สึกที่เคยช่วยเหลือกันมามากกว่า ยอมรับว่าตอนนี้ความสัมพันธ์ความเป็นเพื่อนกว่า 30 ปีมันจบลงแล้ว เลิกคบคือเลิกคบ แต่เรื่องหนี้สินก็ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย"
ดำเนินคดีถึงที่สุด
ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนให้ทนายรวบรวมพยานหลักฐานและร่างเอกสารเพื่อเตรียมดำเนินคดี แต่ยังเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายติดต่อเข้ามาเจรจาประนีประนอมเพื่อชำระหนี้ หากยังคงนิ่งเฉยหรือเลือกสู้คดี ตนพร้อมที่จะเปิดเผยชื่อและข้อมูลของคู่กรณีให้สังคมได้รับรู้ต่อไป



