หมอช้างเปิดใจหลังถูกตราหน้าว่าหมอผี ยันรักษาตามหลักวิทยาศาสตร์
หมอช้างเปิดใจหลังถูกตราหน้าว่าหมอผี ยันรักษาตามหลักวิทย์

หมอช้างโต้ถูกตราหน้าว่าเป็นหมอผี ยันใช้หลักวิทยาศาสตร์รักษาคนไข้

หมอช้าง ทศพร ศรีตุลา ออกมาเปิดใจถึงกรณีที่ถูกสังคมบางส่วนตั้งข้อสงสัยและตราหน้าว่าเป็นหมอผี โดยยืนยันว่าการรักษาของตนเป็นไปตามหลักวิทยาศาสตร์และจิตวิทยา ไม่ได้พึ่งพาไสยศาสตร์หรือสิ่งเร้นลับแต่อย่างใด พร้อมยกตัวอย่างกรณีศึกษาที่รักษาหายกว่า 90% ซึ่งเป็นข้อมูลทางสถิติที่สามารถตรวจสอบได้

เปิดสถิติการรักษาและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

หมอช้างเปิดเผยว่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีผู้ป่วยเข้ามารับคำปรึกษากว่า 5,000 ราย โดยสามารถช่วยเหลือให้อาการดีขึ้นได้ถึง 90% โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาทางด้านจิตใจ เช่น โรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล และโรคเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ ซึ่งใช้วิธีการบำบัดทางจิตวิทยาและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมร่วมกับการดูแลด้านโภชนาการ

ยืนยันไม่ใช่หมอผี แต่ใช้ศาสตร์การแพทย์แผนปัจจุบัน

หมอช้างกล่าวว่า “ผมไม่ใช่หมอผี ผมเป็นนักจิตวิทยาคลินิกที่ใช้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ในการรักษา การที่บางคนมองว่าผมเป็นหมอผีอาจเป็นเพราะความไม่เข้าใจในวิธีการรักษาที่แตกต่างจากแพทย์แผนปัจจุบัน แต่ผมขอเรียนว่าทุกขั้นตอนการรักษามีการอ้างอิงงานวิจัยและทฤษฎีทางจิตวิทยาที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล”

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

กรณีศึกษาที่รักษาหายและเสียงวิจารณ์

หนึ่งในกรณีศึกษาที่หมอช้างยกตัวอย่างคือผู้ป่วยโรคซึมเศร้ารายหนึ่งที่เข้ารับการรักษามานานกว่า 5 ปีแต่ไม่ดีขึ้น หลังจากมาพบหมอช้างและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด อาการดีขึ้นภายใน 3 เดือน และสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม หมอช้างยอมรับว่ายังมีเสียงวิจารณ์จากบางฝ่ายที่ไม่เชื่อในวิธีการรักษาของตน แต่ก็พร้อมที่จะชี้แจงและให้ข้อมูลเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ความโปร่งใสและมาตรฐานการรักษา

หมอช้างย้ำว่าการรักษาของตนมีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ และมีมาตรฐานเดียวกันกับคลินิกจิตวิทยาทั่วไป พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจหรือสงสัยสามารถเข้ามาศึกษาข้อมูลและสังเกตการณ์การรักษาได้ โดยไม่มีการปิดบังใด ๆ

อนาคตของการรักษาและความหวังของผู้ป่วย

ท้ายที่สุด หมอช้างหวังว่าสังคมจะเปิดใจยอมรับวิธีการรักษาที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะในด้านสุขภาพจิต ซึ่งเป็นปัญหาที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต้องเผชิญกับความเครียดและความกดดันจากสังคมออนไลน์