กินกาแฟแล้วใจสั่น-เวียนหัว เกิดจากอะไร? เช็กสาเหตุและวิธีรับมือเบื้องต้น
กินกาแฟแล้วใจสั่น-เวียนหัว เช็กสาเหตุและวิธีรับมือ

สำหรับหลายคน กาแฟคือเครื่องดื่มคู่ใจที่ช่วยให้ตื่นตัวและเพิ่มสมาธิในการทำงาน แต่บางครั้งเพียงดื่มไปไม่กี่อึก กลับรู้สึกใจเต้นแรง ใจสั่น เวียนศีรษะ หรือพะอืดพะอม จนอดกังวลไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย อาการเหล่านี้ส่วนใหญ่สัมพันธ์กับการตอบสนองของร่างกายต่อคาเฟอีน ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ทั้งในคนที่ไม่เคยดื่มกาแฟเป็นประจำ หรือผู้ที่ดื่มมากเกินไปในช่วงเวลาสั้นๆ หากอาการเกิดขึ้นบ่อยหรือรุนแรง ควรได้รับการตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง

ทำไมดื่มกาแฟแล้วใจสั่น

สาเหตุที่บางคนดื่มกาแฟแล้วใจสั่น เพราะคาเฟอีนเป็นสารกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะช่วยให้รู้สึกสดชื่น ลดความง่วง และเพิ่มความตื่นตัว แต่ในบางคน คาเฟอีนอาจกระตุ้นให้หัวใจเต้นเร็วหรือแรงกว่าปกติ จนรู้สึกเหมือนหัวใจเต้นรัว เต้นไม่เป็นจังหวะ หรือใจสั่นได้ นอกจากนี้ คาเฟอีนยังอาจทำให้ร่างกายหลั่งสารอะดรีนาลีนมากขึ้น ส่งผลให้หัวใจทำงานหนักขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ไวต่อคาเฟอีน หรือดื่มกาแฟในปริมาณมาก

อาการที่อาจเกิดร่วมกันเมื่อดื่มกาแฟแล้วใจสั่น

  • หัวใจเต้นเร็วหรือเต้นแรงผิดปกติ
  • เวียนศีรษะ หน้ามืด
  • มือสั่น
  • รู้สึกกระสับกระส่าย
  • วิตกกังวล
  • นอนไม่หลับ

หมายเหตุ: หากอาการเป็นเพียงช่วงสั้นๆ แล้วหายไปเอง มักไม่ใช่ภาวะอันตราย แต่หากเกิดขึ้นซ้ำๆ ควรหาสาเหตุเพิ่มเติม

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ทำไมบางคนถึงรู้สึกเวียนหัวหลังดื่มกาแฟ

เมื่อคาเฟอีนกระตุ้นการทำงานของหัวใจและระบบประสาท จึงอาจทำให้รู้สึกมึนงง เวียนศีรษะ หรือรู้สึกไม่สบายตัวได้ในบางคน อาการเวียนศีรษะหลังดื่มกาแฟอาจเกิดจากหลายปัจจัย เช่น ร่างกายไวต่อคาเฟอีนมากกว่าปกติ ดื่มกาแฟในขณะท้องว่าง ดื่มกาแฟเข้มข้นหรือปริมาณมากเกินไป พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือมีความเครียดร่วมด้วย

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

วิธีแก้เมื่อดื่มกาแฟแล้วใจสั่นแบบเร่งด่วน

หากเพิ่งดื่มกาแฟแล้วเริ่มมีอาการ ลองดูแลตัวเองเบื้องต้น ดังนี้

  1. หยุดดื่มกาแฟทันที ไม่ควรดื่มเพิ่ม รวมถึงหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนชนิดอื่น เช่น ชาเข้ม เครื่องดื่มชูกำลัง หรือโคล่า
  2. ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ การดื่มน้ำช่วยให้ร่างกายรักษาสมดุล และช่วยลดผลกระทบจากการสูญเสียน้ำที่อาจเกิดร่วมกับการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน
  3. นั่งพักในที่อากาศถ่ายเท หลีกเลี่ยงการออกแรงหรือออกกำลังกายระหว่างมีอาการ เพราะอาจทำให้หัวใจเต้นเร็วมากขึ้น
  4. สังเกตอาการ อาการจากคาเฟอีนมักค่อยๆ ดีขึ้นเมื่อร่างกายกำจัดคาเฟอีนออก แต่หากอาการไม่ทุเลา หรือเป็นนานผิดปกติ ควรพบแพทย์

ใครบ้างที่มีโอกาสใจสั่นได้ง่าย ควรระวังในการดื่มกาแฟ

  • ผู้ที่ไวต่อคาเฟอีน
  • ผู้ที่ดื่มกาแฟปริมาณมาก
  • ผู้ที่มีความเครียดหรือวิตกกังวล
  • ผู้ที่กำลังใช้ยาบางชนิดที่อาจมีผลต่อการเต้นของหัวใจ
  • ผู้ที่มีโรคหัวใจหรือมีประวัติหัวใจเต้นผิดจังหวะ (ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับปริมาณคาเฟอีนที่เหมาะสม)

เมื่อไหร่ที่ควรรีบไปโรงพยาบาล

แม้อาการใจสั่นหลังดื่มกาแฟส่วนใหญ่จะไม่รุนแรง แต่หากมีอาการต่อไปนี้ร่วมด้วย ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

  • เจ็บหรือแน่นหน้าอก
  • หายใจลำบาก
  • เวียนศีรษะรุนแรงหรือเป็นลม
  • หัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างต่อเนื่อง
  • ใจสั่นนานผิดปกติ หรือเกิดซ้ำบ่อย

อาการเหล่านี้อาจไม่ได้เกิดจากคาเฟอีนเพียงอย่างเดียว แต่อาจเป็นสัญญาณของโรคหัวใจหรือภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่ต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม

อาการใจสั่นและเวียนหัวหลังดื่มกาแฟ มักเกิดจากผลของคาเฟอีนที่กระตุ้นระบบประสาทและการทำงานของหัวใจ โดยเฉพาะในผู้ที่ไวต่อคาเฟอีนหรือได้รับในปริมาณมาก อาการส่วนใหญ่สามารถดีขึ้นได้เองเมื่อหยุดดื่มกาแฟ ดื่มน้ำ และพักผ่อนให้เพียงพอ แต่หากมีอาการรุนแรง ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริงและรับการรักษาอย่างทันท่วงที