ฤดูฝนของไทยมีความชื้นสัมพัทธ์สูง ข้อมูลจากกรมอนามัยระบุว่า ความชื้นที่สะสมในเส้นใยผ้า ประกอบกับการตากเสื้อผ้าในที่ร่ม เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้แบคทีเรียเจริญเติบโต และปล่อยก๊าซที่มีกลิ่นเหม็นอับออกมา แม้ว่าผ้าจะแห้งแล้วก็ตาม แต่ในชั่วโมงเร่งด่วนที่จำเป็นต้องหยิบเสื้อผ้าตัวเก่งมาสวมใส่ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยวิธีที่ประหยัดเวลาจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด
4 วิธีแก้ผ้าเหม็นอับแบบเร่งด่วน ไม่ต้องซักใหม่
เมื่อเจอปัญหาเสื้อผ้าเหม็นอับในช่วงหน้าฝน แต่ไม่มีเวลาซักใหม่ ไทยรัฐออนไลน์รวบรวม 4 วิธีแก้ไขแบบเร่งด่วนที่ทำง่าย ใช้เวลาน้อย ช่วยคืนความมั่นใจให้เสื้อผ้าตัวเก่งพร้อมใส่ได้ทันที
1. ใช้ไดร์เป่าผม
วิธีที่รวดเร็วที่สุดเมื่อต้องการสวมใส่ทันที คือการนำเสื้อผ้ามาแขวน แล้วใช้ไดร์เป่าผมเปิดโหมดลมร้อน เป่าให้ทั่วบริเวณที่มีกลิ่นอับ โดยเว้นระยะห่างจากเนื้อผ้าเล็กน้อย ความร้อนจะช่วยไล่ความชื้นที่ตกค้างและลดกลิ่นอับได้อย่างรวดเร็ว
2. สเปรย์ฉีดผ้าหรือแอลกอฮอล์
การใช้สเปรย์สำหรับฉีดผ้าโดยเฉพาะ หรือสเปรย์แอลกอฮอล์ล้างแผล (ความเข้มข้น 70%) ฉีดพ่นบางๆ ให้ทั่วเสื้อผ้า คุณสมบัติของแอลกอฮอล์จะช่วยระเหยดึงกลิ่นเหม็นออกไป และช่วยยับยั้งแบคทีเรียบนพื้นผิวผ้าได้เบื้องต้น โดยไม่ทิ้งคราบและใช้เวลาน้อยมาก
3. รีดด้วยเตารีดไอน้ำ
ความร้อนและไอน้ำเป็นตัวช่วยชั้นดีในการกำจัดแบคทีเรียต้นเหตุของกลิ่น หากพบว่าเสื้อผ้ามีกลิ่นอับก่อนสวมใส่ เพียงนำมารีดซ้ำด้วยเตารีดไอน้ำ ความร้อนที่ซึมผ่านเส้นใยผ้าจะช่วยให้กลิ่นอับจางหายไปพร้อมกับทำให้เสื้อผ้าเรียบเนียน
4. พัดลมเป่าจ่อ
หากพอมีเวลาเตรียมตัวก่อนออกจากบ้าน และไม่อยากออกแรง ให้นำเสื้อผ้าไปแขวนในบริเวณที่อากาศถ่ายเทสะดวก แล้วใช้พัดลมเป่าจ่อโดยตรง ลมจะช่วยพัดพาความชื้นและกลิ่นอับที่ฝังตัวอยู่ออกไปได้
การขจัดกลิ่นอับแบบเร่งด่วน เป็นวิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่ช่วยประหยัดเวลาและเพิ่มความมั่นใจก่อนออกจากบ้านในช่วงหน้าฝน อย่างไรก็ตาม เพื่อสุขอนามัยที่ดีในระยะยาว เมื่อมีเวลาควรนำเสื้อผ้ากลับไปซักทำความสะอาดด้วยผงซักฟอก และตากในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทเพื่อกำจัดแบคทีเรียอย่างหมดจด



