ทลายเครือข่ายยาแก้ไอปลอม ยึด 1.3 แสนขวด มูลค่า 30 ล้าน พบเชื่อมโยง 4x100
ทลายเครือข่ายยาแก้ไอปลอม ยึด 1.3 แสนขวด มูลค่า 30 ล้าน

พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ. สั่งการให้ พ.ต.อ.วีระพงษ์ คล้ายทอง ผกก.4 บก.ปคบ. ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี นำหมายศาลเข้าตรวจค้นสถานที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและจำหน่ายยาแก้ไอปลอมในพื้นที่ จ.ปทุมธานี จำนวน 4 จุด เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2569

ตรวจค้น 4 จุด ยึดของกลางมูลค่ามหาศาล

จุดแรกเป็นสถานที่เก็บและจำหน่ายยาแก้ไอปลอมในพื้นที่ ต.คลองหก อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ตรวจยึดยาแก้ไอปลอมยี่ห้อ Datissin สำเร็จรูป จำนวน 127,900 ขวด พร้อมขวดพลาสติกสำหรับบรรจุยา 6,800 ขวด และหม้อสแตนเลสสำหรับต้มยาแก้ไออีก 2 ใบ

จุดที่สองเป็นสถานที่ผลิตยาแก้ไอปลอมในพื้นที่ ต.ลำลูกกา อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี พบยาแก้ไอปลอมสำเร็จรูป 11,400 ขวด ยาแก้ไอระหว่างการผลิต 4,086 ขวด รวมถึงสารละลายในถังขนาด 1,250 ลิตร จำนวน 2 ถัง นอกจากนี้ยังตรวจยึดฉลากปลอมกว่า 114,165 ดวง บรรจุภัณฑ์กว่า 125,937 ชิ้น เครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิต 28 รายการ ตลอดจนวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตกว่า 802 ชิ้น

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ส่วนจุดที่สามในพื้นที่ ต.รังสิต อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ตรวจพบฉลากยาแก้ไอปลอม 18,090 ดวง และน้ำดื่มที่ใช้ในการผลิตยาแก้ไอปลอมจำนวน 240 แกลลอน

ขณะที่จุดที่สี่ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ ต.รังสิต อ.ธัญบุรี เช่นเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตรวจยึดยาแก้ไอปลอมสำเร็จรูปอีก 100 ขวด ฉลากปลอม 297,150 ดวง ของเหลวสีแดงไม่ทราบชนิด 1 แกลลอน ฝาสกรีนลาย 7,000 ชิ้น และหัวเตาแก๊ส 3 หัว

รวมมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท

จากการตรวจค้นทั้ง 4 จุด เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดยาแก้ไอปลอมยี่ห้อ Datissin ได้รวม 139,400 ขวด ยาแก้ไอระหว่างผลิต 4,086 ขวด ฉลากปลอมรวม 429,405 ดวง พร้อมขวดเปล่า ฝา บรรจุภัณฑ์ เครื่องจักร อุปกรณ์ และวัตถุดิบจำนวนมาก รวมมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

เชื่อมโยงเครื่องดื่ม 4x100 เสี่ยงเยาวชน

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลจากสื่อสังคมออนไลน์ว่า มีการนำยาแก้ไอชนิดน้ำเชื่อมและยาน้ำบางประเภทไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ โดยนำไปผสมกับน้ำกระท่อมเพื่อทำเป็นเครื่องดื่ม “4x100” สำหรับเสพเพื่อความมึนเมา ซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นให้เยาวชนและวัยรุ่นพัฒนาไปสู่การใช้สารเสพติดชนิดอื่นที่รุนแรงมากขึ้น

จากการสืบสวนพบว่า กลุ่มผู้กระทำผิดลักลอบนำวัตถุดิบ สารเคมี และบรรจุภัณฑ์จากหลายแหล่งมาผลิตและบรรจุยาแก้ไอปลอมภายในโกดังพื้นที่ อ.ลำลูกกา ก่อนกระจายสินค้าไปจำหน่าย โดยมีการเปลี่ยนสถานที่ผลิตอยู่เป็นประจำเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ทั้งยังพบว่าเป็นเครือข่ายที่เคยกระทำความผิดลักษณะเดียวกันมาก่อน แต่ยังคงลักลอบดำเนินการโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภค

ความผิดตามกฎหมาย

เบื้องต้นการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติยา ฐาน “ผลิตยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต” มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท และฐาน “ผลิตและขายยาปลอม” มีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปี ถึงตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 10,000-50,000 บาท

คำเตือนจากเลขาธิการ อย.

ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า ขอให้ประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตา และดูแลบุตรหลานไม่ให้นำยาแก้แพ้หรือยาแก้ไอไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ โดยเฉพาะการนำไปผสมในเครื่องดื่ม 4x100 เนื่องจากนอกจากจะเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้สารเสพติดแล้ว ยังเสี่ยงได้รับอันตรายจากยาปลอมที่ผลิตจากแหล่งผลิตเถื่อนซึ่งไม่ถูกสุขลักษณะ อาจปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์และสารอันตรายที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างร้ายแรงด้วย

ผบช.ก. ย้ำเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง

ด้าน พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.กล่าวว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปคบ. ร่วมกับ อย. ตรวจสอบ เฝ้าระวังการผลิตและขายกลุ่มยาน้ำแก้ไอ ยาแก้แพ้ ซึ่งเป็นยาอันตรายไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ในกลุ่มเสี่ยง และกลุ่มวัยรุ่นในลักษณะสารเสพติดที่เรียกว่า “4x100” เพื่อหวังผลให้เกิดอาการมึนเมา รวมถึงมีการลักลอบขายทางสื่อสังคมออนไลน์มาโดยตลอด โดยยาแก้ไอเป็นสิ่งที่ประชาชนซื้อมารับประทานเพื่อรักษาอาการเจ็บป่วย และส่งผลโดยตรงกับสุขภาพของประชาชน หากรับประทานยาปลอมที่ผลิตโดยไม่ได้มาตรฐาน ไม่มีตัวยาเป็นส่วนผสม อาจทำให้การรักษาไม่ได้ผล ไม่หาย และอาจได้รับอันตรายถึงชีวิต ผู้ผลิตและขายยาจะต้องขออนุญาตให้ถูกต้อง เพื่อเป็นหลักประกันเบื้องต้นว่ายาที่ผลิตมาสู่ท้องตลาดมีมาตรฐาน และรักษาโรคได้จริงอีกด้วย