เม็กซิโกจับกุม 'เอล ฮาร์ดิเนโร' แกนนำแก๊งฮาลิสโก นิว เจเนอเรชัน
เม็กซิโกจับกุม 'เอล ฮาร์ดิเนโร' แกนนำแก๊งค้ายา

เม็กซิโกจับกุม 'เอล ฮาร์ดิเนโร' แกนนำใหญ่แก๊งฮาลิสโก นิว เจเนอเรชัน

กองกำลังพิเศษเม็กซิโกประสบความสำเร็จในการบุกจับกุมนายอูดิอัส ฟลอเรส ซิลวา หรือที่รู้จักกันในฉายา 'เอล ฮาร์ดิเนโร' ซึ่งเป็นผู้บัญชาการระดับสูงของแก๊งยาเสพติด 'ฮาลิสโก นิว เจเนอเรชัน' (CJNG) โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่กระท่อมกลางป่าในรัฐนายาริต ทางตะวันตกของประเทศ การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของรัฐบาลเม็กซิโกในการปราบปรามองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ

ปฏิบัติการจับกุมที่ใช้เวลานานถึง 19 เดือน

นายโอมาร์ การ์เซีย ฮาร์ฟุช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงเม็กซิโก แถลงว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ดำเนินการโดยกองทัพเรือเม็กซิโก ซึ่งใช้เวลาเฝ้าติดตามพฤติกรรมของฟลอเรสนานถึง 19 เดือน โดยมีการระดมกำลังพลกว่า 500 นาย เฮลิคอปเตอร์ 6 ลำ และเครื่องบินสนับสนุนอีกหลายลำ เจ้าหน้าที่ได้เข้าปิดล้อมกระท่อมในพื้นที่เอล มิราดอร์ ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองตากอากาศชื่อดังอย่างเปอร์โต วัลลาร์ตา ไปทางเหนือประมาณ 20 กิโลเมตร

รายงานระบุว่า ฟลอเรสได้รับการอารักขาอย่างแน่นหนา โดยมีรถกระบะกว่า 30 คัน และมือปืนกว่า 60 นายล้อมรอบพื้นที่ ในช่วงที่เจ้าหน้าที่เข้าประชิด กลุ่มมือปืนได้พยายามกระจายตัวเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ แต่เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมฟลอเรสได้ขณะพยายามซ่อนตัวอยู่ในคูระบายน้ำ กองทัพเรือระบุว่า 'เป็นปฏิบัติการการจับกุมที่แม่นยำและไม่มีการเสียเลือดเนื้อแม้แต่หยดเดียว'

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ฟลอเรส: ผู้สืบทอดอำนาจที่ทรงอิทธิพลยิ่งกว่าเดิม

นายฟลอเรสถูกวางตัวเป็นผู้สืบทอดอำนาจต่อจากนายเนเมซิโอ โอเซเกรา หรือ 'เอล เมนโช' อดีตหัวหน้าใหญ่ของแก๊งที่ถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญฆาตกรรมไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม นายคาร์ลอส โอลิโว อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของหน่วยปราบปรามยาเสพติดสหรัฐฯ (DEA) ให้ความเห็นว่า การจับกุมฟลอเรสในครั้งนี้ 'จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของแก๊งฮาลิสโกมากกว่าการกำจัดเอล เมนโช เสียอีก' เนื่องจากฟลอเรสเป็นผู้ควบคุมเครือข่ายห้องปฏิบัติการผลิตยาเสพติด เส้นทางลักลอบขนส่ง และเครือข่ายการจำหน่ายในสหรัฐฯ ทั้งหมดบนพื้นที่ชายฝั่งแปซิฟิก

แรงกดดันจากสหรัฐฯ และการตั้งค่าหัว

การกวาดล้างครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันอย่างหนักจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ที่ขู่จะใช้มาตรการทางทหารฝ่ายเดียวหากเม็กซิโกไม่จัดการปัญหาขบวนการค้ายาเสพติดอย่างเด็ดขาด โดยขณะนี้ฟลอเรสเป็นที่ต้องการตัวของทางการสหรัฐฯ ซึ่งมีการตั้งค่าหัวสูงถึง 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 180 ล้านบาท) ในข้อหาสมคบคิดจำหน่ายโคเคนและเฮโรอีน นอกจากนี้ ในวันเดียวกัน ทางการเม็กซิโกยังได้จับกุมตัวนายเซซาร์ อเลฮานโดร หรือ 'เอล กูเอโร คอนตา' ซึ่งเชื่อว่าเป็นตัวการสำคัญในการฟอกเงินให้กับฟลอเรสอีกด้วย

ความสำเร็จก่อนเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก

ความสำเร็จในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของเม็กซิโกในการยกระดับความมั่นคง ก่อนที่ประเทศจะเป็นเจ้าภาพร่วมในการจัดแข่งขันฟุตบอลโลกในช่วงฤดูร้อนนี้ ร่วมกับสหรัฐฯ และแคนาดา ซึ่งทั่วโลกกำลังจับตามองสถานการณ์ความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด

ที่มา: Reuters / AP