เมื่อเวลา 14.45 น. วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ที่ห้องประชุมชั้น 3 สถานีตำรวจภูธรวิชิต พันตำรวจเอกสมศักดิ์ ทองเกลี้ยง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรวิชิต พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดภูเก็ต ร่วมกันตรวจสอบหลักฐานในคดีร่วมกันครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) และร่วมกันพยายามส่งออกยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) ออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต
ตรวจพบเฮโรอีนซุกซ่อนในชุดผ้าไทย
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 ร้อยตำรวจเอกชูพงษ์ นิลบุศย์ รองสารวัตรกองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปรามยาเสพติด 4 ได้ประสานงานกับพันตำรวจเอกสมศักดิ์ ทองเกลี้ยง หลังสืบทราบว่าจะมีพัสดุต้องสงสัยซึ่งเชื่อว่าอาจมีการซุกซ่อนยาเสพติด ส่งมาจากพื้นที่หมู่ 5 ตำบลปากตม อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย โดยระบุชื่อผู้รับคือนายอัฐพล อยู่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในตำบลสาคู อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต จำนวน 2 กระสอบ เจ้าหน้าที่จึงได้นำกำลังเฝ้าสังเกตการณ์
ต่อมาได้มีพนักงานขนส่งนำพัสดุจำนวน 2 กระสอบมาส่งที่บ้านหลังดังกล่าว โดยเปิดประตูรั้วแล้ววางไว้บนพื้นบริเวณหน้าบ้าน จนกระทั่งช่วงเย็นวันเดียวกันยังไม่มีผู้ใดมารับพัสดุ เจ้าหน้าที่จึงเข้าแสดงตัวเพื่อตรวจสอบ และได้เรียกคนภายในบ้านมาสอบถาม ทราบว่าบุคคลที่ระบุชื่อเป็นผู้รับอยู่ระหว่างเดินทางไปประเทศออสเตรเลีย ภายในกระสอบเป็นชุดผ้าไทย จำนวน 48 ชุด ไม่พบยาเสพติดและสิ่งของผิดกฎหมายในเบื้องต้น
ผู้รับจ้างแจ้งความสงสัย
ต่อมาวันที่ 2 พฤษภาคม 2569 นายอัฐพล ซึ่งทำงานอยู่สายการบินแห่งหนึ่งได้ติดต่อมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยแจ้งว่าได้รับการติดต่อจากผู้ใช้แอปพลิเคชันเฟซบุ๊กเมสเซนเจอร์ ให้รับจ้างหิ้วชุดผ้าไทยไปส่งให้ผู้รับยังประเทศออสเตรเลีย แต่ตนเองสงสัยว่าชุดผ้าไทยดังกล่าวอาจมีสิ่งของผิดกฎหมายหรือยาเสพติดซุกซ่อนอยู่ จึงประสงค์นำกระสอบพัสดุดังกล่าวมามอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบอย่างละเอียด
จากการตรวจสอบพบวัตถุต้องสงสัยซุกซ่อนในซับในของชุดผ้าไทยทั้ง 2 กระสอบ จำนวน 48 ตัว จากนั้นได้นำไปสุ่มตรวจสอบกับชุดตรวจสารเสพติดเบื้องต้น (Marquis Reagent) ปรากฏให้ผลเป็นสีม่วง ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าเป็นยาเสพติดประเภทเฮโรอีน จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลางในคดี น้ำหนักรวม 6.198 กิโลกรัม
ขยายผลขบวนการลักลอบ
พันตำรวจเอกสมศักดิ์ ทองเกลี้ยง กล่าวว่า หลังจากเจ้าหน้าที่กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปรามยาเสพติด 4 ตรวจยึดเฮโรอีนที่ซุกซ่อนมากับชุดผ้าไทยจำนวน 48 ชุด 2 กระสอบที่ส่งมาจากจังหวัดเลย เพื่อให้บุคคลที่รับจ้างหิ้วสินค้าจากประเทศไทยไปยังประเทศออสเตรเลียนำขึ้นเครื่อง โดยเจ้าหน้าที่สืบทราบและเข้าตรวจสอบพัสดุต้องสงสัยดังกล่าว พบเฮโรอีนกว่า 6 กิโลกรัมซุกซ่อนมากับชุดผ้าไทย ขณะเดียวกันบุคคลที่รับจ้างหิ้วสินค้าดังกล่าวยังไม่ทันได้ดำเนินการ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบเสียก่อน เฮโรอีนจำนวนดังกล่าวจึงยังไม่ได้ถูกลำเลียงออกนอกประเทศ
จากนี้ทางสถานีตำรวจภูธรวิชิตจะขยายผลตรวจสอบต้นทางที่ส่งพัสดุดังกล่าวมายังจังหวัดภูเก็ต ซึ่งคาดว่าเป็นขบวนการลักลอบส่งยาเสพติดออกนอกประเทศ ด้วยการว่าจ้างบุคคลที่โพสต์รับหิ้วสินค้าผ่านโซเชียลมีเดียต่างๆ โดยบุคคลที่รับหิ้วไม่รู้ว่าภายในชุดผ้าไทยมีเฮโรอีนซุกซ่อนอยู่ จึงไม่เกิดพิรุธกรณีถูกเจ้าหน้าที่ขอตรวจค้น พบว่ามีบุคคลที่รับจ้างหิ้วชุดผ้าไทยหรือสินค้าอื่นๆ ที่บรรจุอยู่ในกระสอบซุกเฮโรอีนไปยังต่างประเทศแล้วถึง 3 ครั้ง ซึ่งนับว่าเป็นการลำเลียงยาเสพติดออกนอกประเทศที่แยบยลเป็นอย่างมาก



