เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ที่ห้องประชุมกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 2 นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วย พ.ต.อ.คณิต กลิ่นศรีสุข รอง ผบก.ตชด.ภ.2 พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น พ.ต.อ.วงษกร วันชัย ผกก.สส.ภ.จว.ขอนแก่น และ ร.ต.อ.คมสัน นิลสมบูรณ์ หน.ชปข.บก.ตชด.ภาค 2 ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุมนายสามารถหรือเล็ก อายุ 40 ปี พร้อมยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) จำนวน 6 กระสอบ รวม 316 กิโลกรัม บรรจุในถุงอาหารสัตว์ พร้อมรถยนต์สีเทา 1 คัน
การสืบสวนและจับกุม
เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการข่าว บก.ตชด.ภาค 2 ได้รับแจ้งจากสายลับว่า จะมีขบวนการค้ายาเสพติดของคนลาวและคนไทย ลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากจังหวัดบึงกาฬไปยังจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยใช้รถยนต์สีเทาทะเบียนกรุงเทพมหานคร เส้นทางถนนหมายเลข 2 (มิตรภาพ) เจ้าหน้าที่จึงประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่สืบสวนจนทราบว่า ขบวนการดังกล่าวได้เช่ารถเก๋ง 1 คันจากเต็นท์รถในจังหวัดหนองคาย และขับไปจอดในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ ก่อนจะเดินทางมุ่งหน้าสู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการข่าว บก.ตชด.ภาค 2 วางกำลังตามเส้นทางที่คาดว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติด จนกระทั่งเวลา 23.30 น. คืนวันที่ 6 พฤษภาคม พบรถเก๋งคันดังกล่าวขับบนถนนมิตรภาพมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองขอนแก่น จึงประสานกับตำรวจ กก.สส.ภ.จว.ขอนแก่น และ สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อสกัดจับและตรวจค้น
การไล่ติดตามและจับกุม
เจ้าหน้าที่ขับรถไล่สะกดรอยติดตามอย่างกระชั้นชิด จนรถเก๋งจอดริมถนนมิตรภาพ บ้านกุดกว้าง ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัวขอตรวจค้น คนขับเปิดประตูวิ่งหลบหนีเข้าไปในป่าหญ้าข้างทาง เจ้าหน้าที่ติดตามจนจับกุมตัวได้ ตรวจค้นภายในรถพบยาไอซ์บรรจุถุงสีดำ 6 ถุง น้ำหนักรวมประมาณ 316 กิโลกรัม ควบคุมตัวคนขับได้คือนายสามารถหรือเล็ก อายุ 40 ปี
คำสารภาพของผู้ต้องหา
พ.ต.อ.คณิต กลิ่นศรีสุข รอง ผบก.ตชด.ภ.2 เปิดเผยว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การว่า ได้รับการประสานจากเพื่อนคนไทยว่ามีชาว สปป.ลาว ว่าจ้างด้วยเงิน 250,000 บาท ให้ขับรถไปส่งสินค้าในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยต้องเช่ารถเก๋ง 1 คันเพื่อบรรทุกสินค้า จากนั้นขับไปจอดริมโขงในอำเภอเมืองบึงกาฬ รอให้คนนำสินค้ามาใส่ในรถ แล้วขับไปส่งปลายทาง เมื่อส่งงานเสร็จจะได้รับค่าจ้าง 250,000 บาท
ผู้ต้องหาเช่ารถเก๋งดังกล่าวจากเต็นท์รถในจังหวัดหนองคาย วันละ 1,500 บาท แล้วขับไปจอดในจังหวัดบึงกาฬ เมื่อสินค้าถูกใส่ในรถเรียบร้อย จึงขับจากบึงกาฬมุ่งหน้าสู่จังหวัดปลายทางตามถนนสายหลัก โดยไม่พบด่านตรวจ จนกระทั่งถึงจังหวัดขอนแก่นจึงถูกเจ้าหน้าที่ไล่ติดตามจับกุม
การรับจ้างครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 โดยสองครั้งก่อนหน้าผ่านฉลุย ได้ค่าจ้างครั้งละ 250,000 บาท เป็นเงินสดจากคนลาว ผู้ต้องหาเชื่อว่าครั้งที่ 3 ก็น่าจะผ่านเช่นกัน แต่กลับถูกจับกุม
มูลค่ายาไอซ์
ยาไอซ์ที่ยึดได้น้ำหนัก 316 กิโลกรัม หากซื้อขายในประเทศไทยมีราคาประมาณ 40 ล้านบาท แต่หากส่งออกไปขายต่างประเทศหรือประเทศที่สามจะมีราคาสูงถึง 20 เท่า
ความเห็นจากผู้ว่าราชการจังหวัด
นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า การสนธิกำลังจับกุมครั้งนี้เป็นการบูรณาการร่วมทุกฝ่ายตามนโยบายของรัฐบาลในการปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มงวด เมื่อได้รับข้อมูลจากสายข่าวว่ากลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติเตรียมลำเลียงยาเสพติดล็อตใหญ่เข้ามาในพื้นที่ จึงวางแผนจับกุมจนกระทั่งพบรถต้องสงสัยขับผ่าน สภ.เวฬุวัน อ.เมือง จ.ขอนแก่น มาตามถนนมิตรภาพ กำลังเจ้าหน้าที่ร่วมทุกฝ่ายจึงสะกดรอยและติดตามอย่างกระชั้นชิด
กระทั่งจับกุมตัวได้ริมถนนมิตรภาพ เขต ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น ตรวจค้นภายในรถพบยาไอซ์ 4 กระสอบซุกซ่อนอยู่ในตัวรถ มีผ้าห่มปกคลุมอย่างมิดชิด และที่ท้ายรถพบอีก 2 กระสอบ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่นจะสอบสวนขยายผลถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
หลังจับกุมได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ดำเนินคดีในข้อหาจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาไอซ์) โดยมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในหมู่ประชาชนและกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป



