ตำรวจกองบังคับการสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บก.สส.บช.น.) นำโดย พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการที่ 1 และ 2 ได้ร่วมกันจับกุมนายอัครพล (สงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยสามารถจับกุมได้บริเวณหน้าหมู่บ้านแห่งหนึ่งในซอยรามอินทรา 109 แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร
การสืบสวนและการจับกุม
การจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนนครบาลได้รับข้อมูลจากสายลับว่า นายอัครพลเป็นผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยมีการลักลอบจำหน่ายยาบ้าให้กับลูกค้าทั้งในพื้นที่และต่างจังหวัด เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการสืบสวนหาเบาะแสและติดตามพฤติกรรมของผู้ต้องหาเป็นระยะเวลานาน จนกระทั่งทราบว่า ผู้ต้องหามักจะใช้รถยนต์ส่วนตัวในการเดินทางไปส่งยาให้กับลูกค้า และมักจะจอดรถไว้บริเวณหน้าหมู่บ้านดังกล่าวเป็นประจำ
เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2568 เวลาประมาณ 18.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้เฝ้าสังเกตการณ์บริเวณจุดเกิดเหตุ จนกระทั่งพบนายอัครพลขับรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า สีขาว มาจอดบริเวณหน้าหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวและเข้าทำการจับกุม โดยจากการตรวจค้นรถยนต์พบยาบ้าจำนวน 2,000 เม็ด บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกซุกซ่อนอยู่ใต้เบาะที่นั่งคนขับ นอกจากนี้ยังพบเงินสดจำนวน 500,000 บาท และโทรศัพท์มือถืออีก 2 เครื่อง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ยึดไว้เป็นของกลาง
การขยายผลและยึดทรัพย์
หลังจากสอบปากคำผู้ต้องหาเบื้องต้น นายอัครพลให้การรับสารภาพว่า ได้รับยาบ้าจากเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนือเพื่อนำมาส่งให้กับลูกค้าในกรุงเทพฯ และพื้นที่ใกล้เคียง โดยได้ทำมาเป็นระยะเวลาประมาณ 1 ปี เจ้าหน้าที่จึงได้ขยายผลตรวจค้นบ้านพักของผู้ต้องหาในพื้นที่เขตมีนบุรี พบทรัพย์สินที่ได้จากการค้ายาเสพติด ประกอบด้วย รถยนต์จำนวน 3 คัน รถจักรยานยนต์ 2 คัน ทองคำรูปพรรณน้ำหนักรวม 100 บาท และเครื่องใช้ไฟฟ้าอีกหลายรายการ รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ยึดได้ประมาณ 10 ล้านบาท
การดำเนินคดี
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหากับนายอัครพลในข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และนำตัวส่งพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามยาเสพติด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยพล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ กล่าวว่า การจับกุมในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายของกองบัญชาการตำรวจนครบาลในการปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะเครือข่ายผู้ค้ารายใหญ่ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงสืบสวนขยายผลเพื่อติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการที่เหลือ รวมถึงแหล่งที่มาของยาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



