ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) แถลงผลการทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ โดยสามารถยึดของกลางยาบ้า ไอซ์ และทรัพย์สินมูลค่ารวมกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นการปราบปรามครั้งสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อขบวนการค้ายาเสพติดในภูมิภาค
การสืบสวนและจับกุม
เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนขยายผลจากผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ จนนำไปสู่การออกหมายค้นเป้าหมายจำนวน 10 จุด ในพื้นที่จังหวัดสงขลา สตูล และปัตตานี โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 5 ราย พร้อมของกลางยาบ้า 2 ล้านเม็ด ไอซ์ 50 กิโลกรัม และทรัพย์สินอื่นๆ เช่น รถยนต์ ทองรูปพรรณ และเงินสด
การขยายผล
พลตำรวจตรี ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผู้บังคับการปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยว่า เครือข่ายนี้มีการลำเลียงยาเสพติดจากภาคเหนือมายังภาคใต้ ก่อนส่งต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยใช้เส้นทางธรรมชาติและรถยนต์ส่วนตัว การจับกุมครั้งนี้เป็นการตัดวงจรการค้าที่สำคัญ และเตรียมขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการคนอื่นๆ
- ยาบ้า 2 ล้านเม็ด
- ไอซ์ 50 กิโลกรัม
- รถยนต์ 5 คัน
- ทองรูปพรรณ 10 บาท
- เงินสด 5 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังได้อายัดบัญชีธนาคารของกลุ่มผู้ต้องหาเพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินเพิ่มเติม คาดว่าจะมีการออกหมายจับผู้ต้องหาอีกอย่างน้อย 10 รายในเร็วๆ นี้
ผลกระทบต่อสังคม
การทลายเครือข่ายครั้งนี้ช่วยลดการแพร่ระบาดของยาเสพติดในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อเยาวชนและความมั่นคงของประเทศ ทางตำรวจขอให้ประชาชนแจ้งเบาะแสหากพบเห็นพฤติกรรมต้องสงสัย โดยจะเก็บรักษาข้อมูลของผู้แจ้งเป็นความลับ
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังคงติดตามผู้ต้องหาที่หลบหนี และขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามอบตัวเพื่อรับโทษตามกฎหมาย โดยผู้ต้องหาทั้ง 5 รายถูกแจ้งข้อหามียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และค้ายาเสพติด ซึ่งมีโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต



