ร้านค้าตลาดตึกดินถูกไฟไหม้เสียหาย 3 ร้าน เจ้าหน้าที่เร่งสอบสวน
ร้านค้าตลาดตึกดินถูกไฟไหม้เสียหาย 3 ร้าน เจ้าหน้าที่เร่งสอบสวน

เมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 18 มิถุนายน 2567 เกิดเหตุเพลิงไหม้ร้านค้าภายในตลาดตึกดิน ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลนครนครปฐม ระดมรถดับเพลิง 5 คัน พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมสถานการณ์ ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีจึงสามารถดับเพลิงได้

รายละเอียดความเสียหาย

เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ร้านค้าได้รับความเสียหายทั้งหมด 3 ร้าน ได้แก่ ร้านขายของชำ ร้านขายเสื้อผ้ามือสอง และร้านซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยร้านที่เสียหายหนักที่สุดคือร้านขายของชำ ซึ่งถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหลัง คิดเป็นมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นประมาณ 500,000 บาท ส่วนร้านอื่นๆ ได้รับความเสียหายบางส่วน

นายสมชาย ใจดี (นามสมมติ) เจ้าของร้านขายของชำ กล่าวว่า "ผมตื่นขึ้นมาเพราะได้กลิ่นควัน และเห็นแสงไฟลุกไหม้จากร้านของตัวเอง รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงทันที แต่ไฟได้ลุกลามอย่างรวดเร็ว ไม่สามารถช่วยอะไรได้ทัน"

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

สาเหตุของเพลิงไหม้

จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม ร่วมกับเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดนครปฐม สันนิษฐานเบื้องต้นว่าสาเหตุเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรภายในร้านขายของชำ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเพลิงไหม้ โดยพบร่องรอยการลัดวงจรที่สายไฟภายในร้านดังกล่าว

พ.ต.อ. วิชัย เข้มแข็ง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม เปิดเผยว่า "จากการสอบปากคำผู้เห็นเหตุการณ์และการตรวจสอบที่เกิดเหตุ เชื่อว่าเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ไม่พบหลักฐานการวางเพลิงหรือเหตุจากบุคคลภายนอก"

ผลกระทบและมาตรการ

เหตุการณ์นี้ส่งผลให้ตลาดตึกดินต้องปิดทำการชั่วคราวในวันนี้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความเสียหายและความปลอดภัยของโครงสร้างอาคาร โดยเฉพาะร้านค้าที่อยู่ติดกับจุดเกิดเหตุ ซึ่งอาจได้รับความเสียหายจากความร้อนและน้ำที่ใช้ดับเพลิง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นายสมศักดิ์ รักษ์เมือง นายกเทศมนตรีนครนครปฐม กล่าวว่า "เทศบาลจะเร่งให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายเบื้องต้น ทั้งการประสานงานกับสำนักงานประกันสังคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเยียวยาความเสียหาย และจะตรวจสอบระบบไฟฟ้าภายในตลาดอย่างละเอียดเพื่อป้องกันเหตุซ้ำ"

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะประสานกับบริษัทประกันภัยเพื่อประเมินความเสียหายที่แท้จริง และดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป