ทีมกู้ชีพเร่งทำ CPR ช่วยเด็ก 8 ขวบ ถูกรถบรรทุกทับหมดสติ ที่สมุทรปราการ
CPR ช่วยเด็ก 8 ขวบ ถูกรถบรรทุกทับหมดสติ สมุทรปราการ

อุบัติเหตุสะเทือนใจ เด็ก 8 ขวบ ถูกรถบรรทุกทับหมดสติ ทีมกู้ชีพเร่งทำ CPR ยื้อชีวิต

เมื่อเวลา 12.00 น. ของวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 บนถนนบางนาตราด ขาออก ช่องทางคู่ขนาน หลักกิโลเมตรที่ 32 ในตำบลบางบ่อ อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ เกิดเหตุสะเทือนใจขึ้น เมื่อเด็กชายชวัลวิทย์ อายุเพียง 8 ขวบ ต้องนอนหมดสติอยู่บนพื้นถนน หลังจากถูกล้อรถบรรทุกทับเข้าที่สะโพกอย่างรุนแรง

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นขณะที่นางสาวพิกุล อายุ 37 ปี มารดาของเด็กชาย ขับขี่รถจักรยานยนต์พาลูกชายนั่งซ้อนท้ายไปทำธุระที่จังหวัดชลบุรี เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นพื้นที่ก่อสร้างและเปิดให้วิ่งได้เพียงช่องทางด้านขวาเลนเดียว เธอพยายามเบี่ยงหลบแบริเออร์ที่กั้นแนวการก่อสร้าง แต่ไม่ทันระวังรถด้านหลัง จนทำให้รถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกับรถบรรทุกคู่กรณี

ผลจากการชนทำให้เด็กชายตกจากรถและถูกล้อรถบรรทุกทับเข้าที่ช่วงสะโพกอย่างจัง จนอาการสาหัสและหยุดหายใจ ท่ามกลางความโกลาหลและเสียงร้องเรียกชื่อลูกชายของมารดาที่แทบขาดใจ เธอยกมือไหว้ภาวนาขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองลูกชายให้ปลอดภัย

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ทีมกู้ชีพเร่งทำ CPR ฝ่าฝูงรถติดช่วยชีวิต

ศูนย์กู้ชีพปราการได้รับแจ้งเหตุและสั่งการให้ทีมแพทย์และพยาบาลกู้ชีพจากโรงพยาบาลบางบ่อ เข้าสนับสนุนที่เกิดเหตุทันที พร้อมระดมทีมกู้ชีพและเครื่องมือทางการแพทย์เข้าช่วยเหลืออย่างเต็มที่

อย่างไรก็ตาม การเดินทางไปถึงจุดเกิดเหตุต้องใช้เวลากว่า 20 นาที เนื่องจากต้องฝ่ากระแสรถติดในเส้นทาง ในระหว่างที่รอทีมกู้ชีพ คุณหนึ่งฤทัย นพสิทธิ์ อายุ 25 ปี คนงานก่อสร้างที่อยู่ใกล้เคียง ได้รีบเข้ามาช่วยเหลือเบื้องต้นหลังจากเห็นอุบัติเหตุ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

"ผมเห็นเด็กนอนชักและหมดสติ แถมยังกำมือตัวเองแน่นมาก จึงรีบให้คนไปตามพยาบาลในไซต์ก่อสร้างมาช่วยดูก่อน" คุณหนึ่งฤทัยเล่าให้ฟัง

เมื่อทีมกู้ชีพมาถึง เจ้าหน้าที่พยาบาลวิชาชีพและทีมกู้ชีพกู้ภัยบางบ่อต้องช่วยกันทำ CPR อย่างเร่งด่วนเพื่อยื้อชีวิตเด็กชาย ก่อนจะช่วยเหลือเบื้องต้นและรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลเร่งด่วนเพื่อรับการรักษาต่อไป

คนขับรถบรรทุกให้การ สอบปากคำเพิ่มเติม

ด้านนายพิทูรย์ สุขเหลือง อายุ 29 ปี คนขับรถบรรทุกคู่กรณี ให้การว่า ตนเองขับมาตามทางปกติจนมาถึงจุดเกิดเหตุที่เป็นแนวก่อสร้างและวิ่งได้เพียงช่องทางด้านขวาเลนเดียว

"ผมหันมองกระจกข้างในจังหวะที่แซงรถคู่กรณีขึ้นมาได้ครึ่งคันแล้ว แต่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดการเฉี่ยวชนจนล้มลงและทับเด็กจนบาดเจ็บสาหัส" นายพิทูรย์กล่าว พร้อมระบุว่าตนรีบจอดลงมาดูและโทรแจ้งเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือเบื้องต้นทันที

ตำรวจได้เชิญตัวคนขับรถบรรทุกรายนี้ไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่สถานีตำรวจภูธรบางบ่อ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ขณะที่สภาพจิตใจของมารดายังคงหวั่นไหว เธอยังคงรอคอยความหวังการฟื้นตัวของลูกชายด้วยความวิตกกังวล

อุบัติเหตุครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สะท้อนถึงความเสี่ยงบนท้องถนน โดยเฉพาะในพื้นที่ก่อสร้างที่อาจมีข้อจำกัดในการขับขี่ ประชาชนจึงควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษเพื่อป้องกันเหตุร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นได้