อาจารย์เจษฎ์ เผยสาเหตุฟ้าผ่าไรเดอร์บนสะพานต่างระดับรัชวิภา
จากกรณีเกิดเหตุฟ้าผ่าไรเดอร์ขณะขี่รถจักรยานยนต์บนสะพานต่างระดับรัชวิภา ส่งผลให้ผู้ขับขี่บาดเจ็บสาหัส สร้อยคอขาด และหมวกกันน็อคได้รับความเสียหายนั้น ล่าสุด ศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ ได้ออกมาให้ความกระจ่างถึงสาเหตุของเหตุการณ์ดังกล่าว
อาจารย์เจษฎ์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพราะวัตถุใดเป็นตัวล่อฟ้า อย่างที่หลายคนเข้าใจผิด แต่เป็นความบังเอิญที่รถจักรยานยนต์อยู่ในจุดสูงเด่นบนสะพานยกระดับ ขณะที่ฟ้าผ่าลงมาในช่วงฝนตก
“เรื่องที่มีรถจักรยานยนต์ถูกฟ้าผ่า จนผู้ขับขี่บาดเจ็บสาหัส และก็คอมเมนต์กันไปต่างๆ นานา ว่าเป็นเพราะคนขับใส่สร้อยคอ เลยเป็นตัวล่อให้ฟ้าผ่า หรือแม้แต่หมวกกันน็อค, โทรศัพท์มือถือ, กล่องใส่ของท้ายรถ ฯลฯ ก็มีบางคอมเมนต์ที่ตั้งข้อสงสัยนั้น ไม่ใช่หรอกครับ” อาจารย์เจษฎ์กล่าว
สาเหตุที่แท้จริงของฟ้าผ่าไรเดอร์
อาจารย์เจษฎ์ อธิบายว่า ฟ้าผ่าเกิดจากประจุไฟฟ้าในอากาศเคลื่อนที่ตามเส้นทางที่สั้นที่สุดลงสู่พื้นดิน โดยมักจะผ่านวัตถุที่อยู่ในจุดสูงเด่นที่สุดของบริเวณนั้น ดังนั้น รถจักรยานยนต์ที่วิ่งอยู่บนสะพานต่างระดับซึ่งเป็นพื้นที่สูง จึงมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกฟ้าผ่า โดยเฉพาะในช่วงที่ฝนตก
“วัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ที่อยู่กับคนขับมอเตอร์ไซค์คันนี้ ล้วนแล้วแต่ไม่ใช่สื่อล่อให้ฟ้าผ่า ถ้าคิดว่าโลหะจะล่อฟ้าผ่า ตัวรถจักรยานยนต์ทั้งคัน ยังน่าสงสัยมากกว่า แต่เพราะความบังเอิญ อันเนื่องจากรถมอเตอร์ไซค์กำลังอยู่ในที่โล่งแจ้งบนสะพานสูงขณะฝนตก ซึ่งเป็นหนึ่งในบริเวณที่มีความเสี่ยงในการถูกฟ้าผ่า”
สำหรับรอยไหม้บนตัวผู้เคราะห์ร้ายที่ปรากฏตามแนวสร้อยคอ อาจารย์เจษฎ์ชี้ว่า เกิดจากโลหะของสร้อยคอได้รับกระแสไฟฟ้า ทำให้เกิดความร้อนสะสมจนเกิดแผลไหม้รุนแรง ไม่ต่างจากกรณีโทรศัพท์มือถือระเบิดเมื่อถูกฟ้าผ่า ซึ่งเป็นผลจากกระแสไฟฟ้า ไม่ใช่ตัวเครื่องที่ล่อฟ้า
คำแนะนำความปลอดภัยสำหรับผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ในฤดูฝน
อาจารย์เจษฎ์ ยังให้คำแนะนำว่า การขับขี่มอเตอร์ไซค์ในช่วงฝนฟ้าคะนองมีความเสี่ยงสูงกว่ารถยนต์ เนื่องจากรถยนต์มีโครงสร้างโลหะที่ทำหน้าที่เป็นกรงฟาราเดย์ (Faraday cage) ป้องกันกระแสไฟฟ้าไม่ให้เข้าสู่ผู้โดยสาร ขณะที่มอเตอร์ไซค์ไม่มีโครงสร้างห่อหุ้ม ผู้ขับขี่จึงเสี่ยงรับกระแสไฟโดยตรง
ดังนั้น ในช่วงฤดูฝนนี้ ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ควรหลีกเลี่ยงการขับขี่บนที่สูงเด่น เช่น สะพานต่างระดับ หรือที่โล่งแจ้ง เช่น ถนนโดดเดี่ยว ทุ่งนา หากเป็นไปได้ควรหยุดพักหาที่หลบฝนที่ปลอดภัย เช่น อาคารแข็งแรง หรือใต้โครงสร้างสะพาน หลีกเลี่ยงการจอดใต้ต้นไม้หรือป้ายโฆษณา ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกฟ้าผ่าหรือหักโค่นทับ
ส่วนการใช้โทรศัพท์มือถือ อาจารย์เจษฎ์ย้ำว่า ทั้งตัวเครื่องและสัญญาณโทรศัพท์ไม่ได้เป็นตัวล่อฟ้า แต่หากเกิดฟ้าผ่าใกล้ๆ อาจเกิดการเหนี่ยวนำกระแสไฟฟ้า ทำให้โทรศัพท์ลัดวงจรหรือระเบิด ซึ่งเป็นอันตรายต่อใบหน้าขณะใช้งาน



