รถไฟฯ แจงปมคนขับไร้ใบอนุญาต เตรียมสอบเพิ่มช่างเครื่อง
รถไฟฯ แจงปมคนขับไร้ใบอนุญาต เตรียมสอบเพิ่มช่างเครื่อง

จากโศกนาฏกรรมรถไฟขนสินค้าขบวน 2126 พุ่งชนรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ (ปอ.206) สีส้ม เลขข้างรถ 3-44197 วิ่งระหว่างเมกาบางนา-มก. (มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์) ไฟไหม้ ทำให้มีผู้โดยสารเสียชีวิต 8 ราย บาดเจ็บ 30 คน รถยนต์เสียหายหลายคัน เหตุเกิดใกล้เคียงสถานีรถไฟแอร์พอร์ตเรลลิ้งค์มักกะสัน ถนนอโศก-ดินแดง แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี เมื่อเวลา 15.42 น. วันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา ตามที่ได้รายงานไปแล้วนั้น

การรถไฟฯ ชี้แจงประเด็นสำคัญ

ล่าสุดวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาราชการแทนผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงกรณีผลตรวจสารเสพติดของพนักงานขับรถไฟที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุครั้งนี้ว่า ได้รับทราบเรื่องดังกล่าวตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยปกติการรถไฟฯ จะมีการตรวจแอลกอฮอล์และตรวจสุขภาพเบื้องต้นก่อนปฏิบัติหน้าที่ พร้อมบันทึกผลตรวจทุกครั้ง แต่การตรวจสารเสพติดยังไม่ได้ดำเนินการเป็นประจำ อย่างไรก็ตาม ภายหลังเกิดเหตุ กรมการขนส่งทางรางได้สั่งการให้การรถไฟฯ เร่งรัดมาตรการตรวจสารเสพติดกับพนักงานขับรถทุกคนเพิ่มเติม

ใบอนุญาตขับรถไฟ

นายอนันต์ชี้แจงว่า เดิมการรถไฟแห่งประเทศไทยเป็นผู้ออกใบอนุญาตให้พนักงานขับรถเอง แต่หลังพระราชบัญญัติการขนส่งทางรางมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 ได้กำหนดให้พนักงานขับรถต้องยื่นขอใบอนุญาตจากกรมการขนส่งทางราง โดยการรถไฟฯ ได้ส่งรายชื่อพนักงานทั้งหมดเพื่อขออนุญาตเรียบร้อยแล้ว และขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการออกใบอนุญาตในรูปแบบดิจิทัลผ่านระบบของกรมการขนส่งทางราง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ข้อมูลจากกล่องดำ

นายอนันต์ระบุว่า ระบบกล่องบันทึกความเร็วบันทึกเฉพาะข้อมูลความเร็ว โดยขบวนรถไฟที่เกิดเหตุเดินทางออกจากสถานีคลองตัน ใช้ระยะทางประมาณ 2,800 เมตรก่อนถึงจุดเกิดเหตุ และใช้ความเร็วเฉลี่ยประมาณ 34 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก่อนมีการเบรกฉุกเฉินในระยะประมาณ 100 เมตรก่อนถึงจุดชน

นายอนันต์อธิบายเพิ่มเติมว่า ระยะเบรกปกติของรถไฟ เมื่อรวมระยะตัดสินใจและการเบรกแบบปกติ จะอยู่ที่ประมาณ 1,000 เมตร ในกรณีใช้ความเร็วสูงสุดประมาณ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่หากใช้ความเร็วต่ำลง ระยะเบรกก็จะสั้นลงตามความเร็วและน้ำหนักของขบวนรถ

สัญญาณและการเบรก

มีข้อสงสัยว่า หากพนักงานขับรถมองเห็นสัญญาณมือจากเจ้าหน้าที่ประจำจุดตัดในระยะใกล้ จะสามารถหยุดรถได้ทันหรือไม่ นายอนันต์ชี้แจงว่า โดยปกติพนักงานขับรถจะมองเห็นสัญญาณได้ในระยะประมาณ 300-500 เมตร ขณะที่ระยะเบรกฉุกเฉินจะอยู่ที่ประมาณ 500-600 เมตรในกรณีใช้ความเร็วสูงสุด แต่สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ รถไฟใช้ความเร็วเฉลี่ยประมาณ 34 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จึงต้องพิจารณาร่วมกับสภาพการเดินรถและน้ำหนักของขบวนด้วย

นายอนันต์ระบุว่า แม้รถไฟจะใช้ความเร็วไม่สูงมาก แต่ตามหลักปฏิบัติ หากพบว่าเครื่องกั้นถนนยังปิดไม่เรียบร้อย หรือสัญญาณไฟอนุญาตยังไม่แสดงผล พนักงานขับรถจำเป็นต้องชะลอความเร็วลงล่วงหน้า พร้อมเตรียมหยุดรถ และเฝ้าสังเกตสัญญาณมือจากเจ้าหน้าที่ประจำจุดตัด เพื่อให้สามารถหยุดรถได้อย่างปลอดภัยหากเกิดเหตุผิดปกติ

เครื่องกั้นถนนและสัญญาณมือ

นายอนันต์ระบุเพิ่มเติมว่า ตามระเบียบการเดินรถ พนักงานขับรถไฟต้องปฏิบัติตามสัญญาณข้างทางเป็นหลัก ซึ่งกรณีเครื่องกั้นถนน หากระบบทำงานสมบูรณ์ จะมีสัญญาณไฟอนุญาตให้รถไฟผ่านได้ แต่หากเครื่องกั้นยังไม่ปิดครบทั้งสองด้าน สัญญาณไฟดังกล่าวจะไม่แสดงผล และพนักงานขับรถต้องดูสัญญาณมือจากเจ้าหน้าที่ประจำซุ้มแทน คล้ายกับการใช้สัญญาณมือของตำรวจจราจรเมื่อไฟจราจรขัดข้อง

จากข้อเท็จจริงเบื้องต้นพบว่า ขณะเกิดเหตุเครื่องกั้นถนนยังไม่ถูกนำลง เนื่องจากมีการจราจรติดค้างอยู่บนถนน ส่งผลให้สัญญาณไฟอนุญาตไม่แสดงผลแน่นอน โดยพนักงานขับรถจึงจำเป็นต้องดูสัญญาณมือจากเจ้าหน้าที่ประจำจุดแทน

ภาพวงจรปิดและเครื่องแบบ

ส่วนกรณีภาพวงจรปิดที่ปรากฏเจ้าหน้าที่ใช้ธงแดงส่งสัญญาณ นายอนันต์ชี้แจงว่า การส่งสัญญาณของเจ้าหน้าที่มีทั้งสัญญาณมือ สัญญาณธง และสัญญาณไฟ โดยลักษณะที่เห็นในภาพข่าว คือการยืนเหยียดแขนพร้อมถือธง ซึ่งถือเป็นรูปแบบหนึ่งของการส่งสัญญาณห้าม หรือไม่อนุญาต ให้รถวิ่งผ่าน

ขณะเดียวกัน นายอนันต์ยอมรับว่า การที่พนักงานขับรถไฟไม่สวมเครื่องแบบระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ถือว่าไม่ปกติ และอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง เนื่องจากตามระเบียบจำเป็นต้องแต่งเครื่องแบบขณะปฏิบัติงาน

โครงสร้างการปฏิบัติงานและช่างเครื่อง

ส่วนโครงสร้างการปฏิบัติงานบนหัวรถจักร จะมีพนักงานขับรถ 1 คน และช่างเครื่องอีก 1 คน ที่เปรียบเสมือนผู้ช่วยคนขับรถไฟ ทำหน้าที่ด้านเทคนิคและช่วยสังเกตสัญญาณต่าง ๆ โดยวันเกิดเหตุช่างเครื่องอยู่ในขบวนด้วยและได้รับบาดเจ็บ แต่ขณะนี้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว ซึ่งช่างเครื่องก็อาจถูกสอบสวนร่วมด้วย ขึ้นอยู่กับผลการสอบข้อเท็จจริงของทั้งคณะกรรมการการรถไฟฯ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ

การดำเนินการทางวินัย

นายอนันต์กล่าวอีกว่า ในเบื้องต้น การรถไฟฯ เตรียมพิจารณาดำเนินการทางวินัยกับพนักงานขับรถเป็นลำดับแรก หลังพบผลตรวจสารเสพติดเบื้องต้น โดยสารที่พบมีทั้งกัญชาและยาบ้า แต่ยังต้องรอผลยืนยันอย่างเป็นทางการจากโรงพยาบาลอีกครั้ง ก่อนแจ้งความคืบหน้าให้ทราบต่อไป ส่วนเจ้าหน้าที่ตำแหน่งอื่นยังอยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติม