สลด! เจ้าหน้าที่ดับ 2 ศพ ถูกคลื่นซัดจมทะเลหลังตรวจเขื่อนกันทราย
สลด! เจ้าหน้าที่ดับ 2 ศพ ถูกคลื่นซัดจมทะเลหลังตรวจเขื่อน

เจ้าหน้าที่ 2 รายจมน้ำเสียชีวิตหลังถูกคลื่นซัดขณะตรวจเขื่อนกันทราย

เกิดเหตุสลดขึ้นเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2568 เวลาประมาณ 14.30 น. เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองแสนสุข อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี จำนวน 2 นาย ได้รับคำสั่งให้ลงพื้นที่ตรวจสอบความเรียบร้อยของเขื่อนกันทรายบริเวณชายหาดบางแสน หลังจากมีรายงานว่าเขื่อนได้รับความเสียหายจากคลื่นลมแรง

ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ ขณะที่ทั้งสองกำลังเดินสำรวจแนวเขื่อนกันทราย คลื่นขนาดใหญ่ได้ซัดเข้าอย่างไม่คาดคิด ทำให้เจ้าหน้าที่ทั้งสองพลัดตกลงไปในทะเลและถูกคลื่นพัดพาออกจากฝั่ง เพื่อนร่วมงานที่อยู่ใกล้เคียงพยายามช่วยเหลือแต่ไม่สามารถเข้าถึงได้เนื่องจากคลื่นแรงจัด จึงแจ้งหน่วยกู้ภัยเข้าช่วยเหลือทันที

หน่วยกู้ภัยสมาคมกุศลเพื่อชีวิตและทรัพย์สินชลบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำและอาสาสมัครกู้ชีพเร่งค้นหา โดยใช้เรือท้องแบนและอุปกรณ์ดำน้ำออกค้นหาบริเวณจุดเกิดเหตุ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงจึงพบร่างของเจ้าหน้าที่รายแรก ซึ่งเสียชีวิตแล้วในสภาพจมน้ำ ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 200 เมตร ต่อมาพบร่างของเจ้าหน้าที่รายที่สองในเวลาต่อมา ห่างจากฝั่งประมาณ 500 เมตร

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เจ้าหน้าที่ผู้เสียชีวิตทั้งสองรายคือ นายสมชาย ใจดี อายุ 45 ปี และนายสมพร รักดี อายุ 38 ปี ทั้งคู่เป็นพนักงานจ้างเหมาของเทศบาลเมืองแสนสุข ปฏิบัติหน้าที่ในฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยมานานกว่า 10 ปี มีครอบครัวและบุตรหลานที่ต้องดูแล

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นายกเทศมนตรีเมืองแสนสุขได้เดินทางมายังที่เกิดเหตุ พร้อมแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และยืนยันว่าจะให้การช่วยเหลือตามสิทธิประโยชน์ที่พึงได้รับ รวมถึงค่าทำศพและเงินช่วยเหลือเบื้องต้นจากเทศบาล นอกจากนี้ยังสั่งการให้ตรวจสอบความปลอดภัยของเขื่อนกันทรายทั้งหมดในพื้นที่ และปรับปรุงมาตรการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอย

ด้านกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนคลื่นลมแรงในอ่าวไทยตอนบน โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดชลบุรี ระลอกคลื่นสูงกว่า 2-3 เมตร แนะนำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวหลีกเลี่ยงการลงเล่นน้ำทะเล และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ที่ต้องเผชิญกับภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะในช่วงมรสุมที่คลื่นลมแรง การทำงานในพื้นที่เสี่ยงจำเป็นต้องมีอุปกรณ์ป้องกันและแผนเผชิญเหตุที่รัดกุมมากขึ้น เพื่อลดการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต