เปิดใจเด็กหนุ่มวัย 14 ปี ถูกเพื่อนรุมทำร้ายจนสลบ เหตุเพราะขอยืมเงิน 50 บาท
เด็ก 14 ถูกเพื่อนรุมทำร้าย เหตุขอยืมเงิน 50 บาท

เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงในโรงเรียนอีกครั้ง เมื่อเด็กหนุ่มวัย 14 ปี ถูกเพื่อนร่วมชั้นรุมทำร้ายร่างกายจนสลบไป เหตุเกิดจากสาเหตุเพียงเล็กน้อยคือการขอยืมเงินจำนวน 50 บาทไปซื้อขนม

รายละเอียดเหตุการณ์

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2568 ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐม ผู้เสียหายเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ถูกเพื่อนร่วมชั้นจำนวน 3 คนรุมทำร้ายบริเวณหลังอาคารเรียน จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้เสียหายได้ขอยืมเงินเพื่อนจำนวน 50 บาทเพื่อไปซื้อขนม แต่เมื่อเพื่อนทวงถาม ผู้เสียหายไม่สามารถคืนเงินได้ตามกำหนด จึงเกิดการทะเลาะวิวาทและลุกลามไปสู่การทำร้ายร่างกาย

เพื่อนทั้งสามคนได้ใช้หมัดและเท้าเตะต่อยผู้เสียหายอย่างรุนแรง จนผู้เสียหายหมดสติ ก่อนที่ครูเวรจะพบและรีบนำส่งโรงพยาบาล ขณะนี้ผู้เสียหายอาการปลอดภัยแล้ว แต่ยังคงมีอาการบอบช้ำทางจิตใจ ทางโรงเรียนได้ดำเนินการสอบสวนและเชิญผู้ปกครองของนักเรียนทั้งสามคนมาสอบถาม พร้อมทั้งรายงานให้ผู้ปกครองของผู้เสียหายทราบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลกระทบและมาตรการ

ด้านผู้ปกครองของผู้เสียหายเปิดเผยว่า ลูกชายยังคงมีอาการหวาดกลัวและไม่กล้าไปโรงเรียน ต้องพักรักษาตัวที่บ้านและพบจิตแพทย์เป็นระยะ ทางโรงเรียนได้ออกมาตรการป้องกันเหตุการณ์ซ้ำ โดยเพิ่มความเข้มงวดในการดูแลนักเรียนในช่วงพักกลางวันและหลังเลิกเรียน รวมถึงจัดกิจกรรมให้ความรู้เรื่องการจัดการความขัดแย้งอย่างสันติ

ขณะที่ตำรวจ สภ.เมืองนครปฐม รับแจ้งเหตุและสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว เบื้องต้นแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บแก่ผู้ก่อเหตุทั้งสามคน ซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี จึงต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายเยาวชน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

เสียงสะท้อนจากสังคม

เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจให้กับสังคมไทย โดยเฉพาะประเด็นความรุนแรงในโรงเรียนที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง นักวิชาการด้านเด็กและเยาวชนระบุว่า สาเหตุสำคัญมาจากการขาดทักษะในการจัดการอารมณ์และความขัดแย้งของเด็ก รวมถึงสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมความรุนแรง เช่น การเลียนแบบจากสื่อหรือเกม

ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งส่งเสริมการสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจให้เด็ก และปลูกฝังค่านิยมการแก้ปัญหาอย่างสันติ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำอีกในอนาคต