กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมกับกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ประกาศมาตรการคุมเข้มแพลตฟอร์มเรียกรถ หลังจากเกิดเหตุการณ์ไรเดอร์ของ Bolt ก่อคดีกักขังเยาวชนหญิงอายุ 14 ปี โดยสวมรอยใช้ไอดีของบิดา ซึ่งเป็นคนขับที่ลงทะเบียนไว้กับ Bolt เหตุเกิดเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 เหยื่อต้องกระโดดหนีรถมอเตอร์ไซค์ขณะกำลังเคลื่อนที่ ทำให้ได้รับบาดเจ็บ
ดีอีเตรียมใช้กฎหมายคอมพิวเตอร์เพิ่มโทษ
นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี เปิดเผยว่า เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นของนโยบายที่กำหนดให้รถและคนขับบนแพลตฟอร์มต้องจดแจ้งเป็นรถสาธารณะ (รย 17 และ รย 18) และมีใบขับขี่สาธารณะภายในวันที่ 31 มีนาคม 2569 ซึ่งกรณีนี้คนขับไม่มีใบขับขี่ รถไม่จดแจ้ง และสวมรอยใช้ไอดีของบิดา ภาครัฐจะบังคับใช้กฎหมายเต็มรูปแบบ ทั้งกับเจ้าของรถ คนขับ และแพลตฟอร์ม โดย ขบ. ได้แจ้งความดำเนินคดีแล้ว ดีอีอยู่ระหว่างพิจารณาแก้ไขพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565 (กฎหมาย DPS) หรือใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 เพื่อเพิ่มบทลงโทษทางแพ่งและอาญาแก่แพลตฟอร์ม
ขบ.ขู่ไม่ต่อใบอนุญาต Bolt
นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ใบรับรองประกอบธุรกิจของ Bolt จะหมดอายุในเดือนพฤษภาคม 2569 ขบ. อาจพิจารณาไม่ต่ออายุหากพบว่า Bolt ยังไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย สถิติการจับกุมรถผิดกฎหมายของ ขบ. พบว่า 1 ใน 3 เป็นความผิดที่เกิดบนแพลตฟอร์ม Bolt
ETDA เรียกแพลตฟอร์มหารือเพิ่มมาตรการ
นายชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) เปิดเผยว่า ETDA ได้เชิญทุกแพลตฟอร์มมาหารือเพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบผู้ขับขี่ ป้องกันการสวมรอยไอดี โดยให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน หากไม่ปฏิบัติตาม ETDA มีอำนาจระงับการให้บริการ
Bolt ยันปฏิบัติตามกฎหมาย ปลดคนขับผิดกฎหมายแล้ว 40,000 ราย
นายณัฐดนย์ สุขศิริฐานันท์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โบลท์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า Bolt ให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามกฎหมายไทย โดยได้ปลดคนขับที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายออกจากระบบแล้ว 40,000 คน และ 25% ของคนขับของ Bolt ได้ขึ้นทะเบียนกับ ขบ. เรียบร้อย ส่วนกรณีที่ ขบ. ขู่ไม่ต่อใบอนุญาต Bolt จะไม่นิ่งนอนใจ เพราะต้องการประกอบธุรกิจในไทยและเชื่อว่าเป็นตัวเลือกที่ทำให้เกิดการแข่งขัน



