ผบก.ชลบุรีสั่งออกราชการตำรวจเมาหนักยิงเจ้าของร้านกัญชาเสียชีวิตกระทบภาพลักษณ์
ความคืบหน้าสำคัญในคดีตำรวจเมาสุราก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงเจ้าของร้านกัญชาเสียชีวิต เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2569 ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรีได้ลงนามคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจผู้นั้นออกจากราชการไว้ก่อนทันที เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบริเวณหลังร้านกัญชาในถนนวอล์กกิ้งสตรีท พัทยาใต้ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เวลาประมาณ 01.06 น. ซึ่งส่งผลให้เจ้าของร้านได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา
คำสั่งออกราชการจากผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี
พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ได้ลงนามในคำสั่งตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ที่ 118/2569 เรื่องให้ข้าราชการตำรวจออกจากราชการไว้ก่อน โดยมีผู้เกี่ยวข้องคือ ร.ต.ต.จีระศักดิ์ ศรีคัทธะนาม รองสารวัตรสืบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา คำสั่งนี้มีขึ้นเนื่องจากผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงและต้องหาว่ากระทำความผิดอาญาหลายข้อหา
ข้อหาที่เกี่ยวข้องรวมถึง:
- ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา
- พยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา
- มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
- พาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต
- ยิงปืนโดยใช่เหตุในพื้นที่ชุมชน
ผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ในคำสั่งดังกล่าวได้ชี้แจงว่า ผู้กระทำความผิดเป็นข้าราชการตำรวจซึ่งมีหน้าที่ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา แต่กลับต้องหาว่ากระทำความผิดอาญาเสียเอง สิ่งนี้ย่อมส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความเชื่อมั่นศรัทธาของประชาชนและภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หากให้ผู้ต้องหายังคงอยู่ในหน้าที่ราชการอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ราชการได้
นอกจากนี้ การสอบสวนพิจารณาทางวินัยคาดว่าจะไม่แล้วเสร็จโดยเร็ว ดังนั้นจึงอาศัยอำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ผู้ต้องหาออกจากราชการไว้ก่อนเพื่อรอฟังผลการสอบสวน ทั้งนี้ ผู้ถูกสั่งให้ออกจากราชการมีสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาคดีตำรวจได้ภายใน 30 วัน
บริบทเหตุการณ์และความสำคัญ
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในพื้นที่พัทยาซึ่งเป็นจุดท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดชลบุรี การที่ตำรวจซึ่งควรเป็นผู้รักษากฎหมายกลับกลายเป็นผู้ละเมิดกฎหมายอย่างร้ายแรงเช่นนี้ ได้สร้างความหวั่นไหวในสังคมและสะท้อนถึงปัญหาด้านวินัยภายในหน่วยงาน ความรวดเร็วในการออกคำสั่งออกราชการแสดงให้เห็นถึงความพยายามของฝ่ายบังคับบัญชาในการจัดการกับกรณีดังกล่าวเพื่อฟื้นฟูความน่าเชื่อถือ
ขณะนี้ คดีกำลังอยู่ในกระบวนการสอบสวนทั้งทางวินัยและอาญา โดยคาดว่าจะมีพัฒนาการเพิ่มเติมในอนาคตอันใกล้ ประชาชนและสื่อมวลชนต่างจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่าความยุติธรรมจะถูกนำมาประกอบใช้อย่างไรในกรณีที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐ



