ดีบีดีผนึกดีเอสไอล้างบางนอมินีต่างชาติ สแกนหมื่นบริษัทสมุย-พะงัน
ดีบีดีผนึกดีเอสไอล้างบางนอมินีต่างชาติ สแกนหมื่นบริษัทสมุย-พะงัน

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (ดีบีดี) กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดปฏิบัติการล้างบางนอมินีต่างชาติที่แฝงตัวทำธุรกิจในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของไทย โดยเริ่มนำร่องที่เกาะสมุยและเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี หลังพบเบาะแสว่า มีชาวต่างชาติจำนวนมากใช้คนไทยเป็นนอมินีถือหุ้นและดำเนินธุรกิจแทนตน สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ประกอบการไทยในพื้นที่

สแกนข้อมูล 11,426 บริษัทใน 2 เกาะ

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า จากการสแกนข้อมูลนิติบุคคลในพื้นที่เกาะสมุยและเกาะพะงัน พบว่ามีบริษัทที่มีชาวต่างชาติร่วมประกอบธุรกิจรวมทั้งสิ้น 11,426 ราย กรมจะนำข้อมูลเหล่านี้มาจำแนกตามระดับความเสี่ยงที่จะเป็นนอมินี ได้แก่ สูง กลาง และต่ำ จากนั้นจะกำหนดระยะเวลาในการตรวจสอบ โดยเริ่มจากกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงก่อน หากมีกรณีร้องเรียนจากประชาชนที่บ่งชี้ถึงพฤติกรรมนอมินีอย่างชัดเจน ก็จะส่งทีมปราบนอมินีเข้าไปตรวจสอบทันที พร้อมประสานหน่วยงานพันธมิตรที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมการท่องเที่ยว กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และกรมสรรพากร เพื่อบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นในหลายมิติ

ขยายผลปูพรม 5 เมืองท่องเที่ยวหลัก

นอกเหนือจากพื้นที่นำร่องแล้ว กรมพัฒนาธุรกิจการค้ามีแผนขยายการตรวจสอบไปยังจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญอื่นๆ ที่มีสัดส่วนบริษัทร่วมทุนต่างชาติสูง ได้แก่

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • พัทยา: มีบริษัทร่วมลงทุนต่างชาติ 19,910 ราย (คิดเป็น 59.76% ของทั้งจังหวัด) โดย 5 อันดับแรกคือ จีน อังกฤษ รัสเซีย อินเดีย และเยอรมัน
  • หัวหิน: 2,081 ราย (51.24%)
  • ภูเก็ต: 11,626 ราย (39.22%)
  • กระบี่: 749 ราย (20.88%)
  • พังงา: 346 ราย (20.53%)

นอมินีเป็นปัญหาระดับชาติ

นายพูนพงษ์กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้สั่งการโดยตรงให้จัดการปัญหานี้ให้สิ้นซาก ขณะที่นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้กำชับให้ป้องกันและปราบปรามอย่างจริงจัง ที่ผ่านมาได้มีการตรวจสอบและจับกุมบริษัทที่ต้องสงสัยเป็นนอมินีที่เกาะพะงันแล้ว เช่น สำนักงานบัญชีที่เจ้าของเป็นผู้ถือหุ้นใน 66 บริษัท และใช้อาคารและบ้านพักเป็นที่ตั้งบริษัทถึง 89 แห่ง นอกจากนี้ ยังได้ส่งข้อมูลบริษัท 34 รายที่ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และท่องเที่ยวบนเกาะสมุย ซึ่งมีทรัพย์สินรวมเกินกว่า 100 ล้านบาท ให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบเส้นทางการเงิน

มาตรการป้องกันการตั้งนอมินีรายใหม่

เพื่อป้องกันการจดทะเบียนนิติบุคคลที่อาจถูกใช้เป็นนอมินี กรมอยู่ระหว่างหารือกับสมาคมธนาคารไทย เพื่อตรวจสอบการลงทุนของผู้ถือหุ้นคนไทยในบริษัทที่มีต่างชาติร่วมลงทุน คาดว่าจะได้ข้อสรุปในสัปดาห์หน้า หลังออกมาตรการตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ที่ให้แสดงหลักฐานทางการเงินและคุมเข้มบุคคลในบัญชี HR-03 หรือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ส่งผลให้การจดทะเบียนนอมินีนิติบุคคลลดลง 60% และเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 ได้เพิ่มมาตรการให้ยืนยันว่าผู้ถือหุ้นลงทุนและชำระเงินจริง ทำให้การจดทะเบียนนอมินีลดลงอีก 75% จึงต้องเพิ่มมาตรการให้ไม่มีหลุดรอดเข้ามาได้อีก

ดีเอสไอจับมือดีบีดีปราบนอมินี

พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า ดีเอสไอได้ร่วมมือกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับการทำธุรกิจโดยไม่ขออนุญาตตามบัญชีแนบท้าย พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 คดีที่มีมูลค่าเกิน 100 ล้านบาท และคดีที่มีความสำคัญ โดยได้เสนอให้คณะกรรมการคดีพิเศษบรรจุเป็นคดีพิเศษ เพื่อให้ตรวจสอบได้ลึกและกว้างขึ้น นอกจากนี้ ปปง. กำลังจะเสนอกฎหมายให้ความผิดนอมินีเป็นความผิดมูลฐานฟอกเงิน ซึ่งจะทำให้สามารถตรวจสอบเส้นทางการเงินและยึดทรัพย์ที่ได้จากการกระทำความผิดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น