อดีตตำรวจคนสนิทยื่นตรวจสอบมรรยาททนายความบิ๊กโจ๊ก ชี้คลิปเสียงชัดเจนเข้าข่ายสร้างพยานเท็จ
อดีตตำรวจยื่นตรวจสอบมรรยาททนายความบิ๊กโจ๊ก

อดีตตำรวจคนสนิทยื่นตรวจสอบมรรยาททนายความบิ๊กโจ๊ก ชี้คลิปเสียงชัดเจนเข้าข่ายสร้างพยานเท็จ

ในวันนี้ (20 เมษายน 2569) พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย อดีตตำรวจคนสนิทของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้นำเอกสารหลักฐานสำคัญ ซึ่งเป็นคลิปเสียงตำรวจ เข้าร้องเรียนที่สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อขอให้ตรวจสอบมรรยาทของทนายความที่รู้จักกันในนาม "ทนายความบิ๊กโจ๊ก" กรณีมีพฤติกรรมเข้าข่ายโน้มน้าวชักจูงพยานในคดีสำคัญ และกดดันให้สร้างพยานหลักฐานเท็จ

หลักฐานคลิปเสียงชี้ชัดพฤติกรรมไม่เหมาะสม

พ.ต.อ.ภาคภูมิ เปิดเผยว่า การยื่นเรื่องร้องเรียนในครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่ตนได้พบคลิปเสียงที่ตำรวจใช้เปิดในวันแถลงข่าวคดีติดสินบนทองคำของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. โดยในคลิปเสียงดังกล่าว มีเสียงของทนายความที่เข้าข่ายสร้างพยานเท็จ โยนความผิดให้กับตนเอง และแนะนำให้พยานในคดีให้การผิดไปจากข้อเท็จจริง ซึ่งรายละเอียดในคลิปแสดงให้เห็นถึงพิรุธบางอย่าง เชื่อว่าผู้พูดอาจไม่รู้ว่ามีการอัดคลิปไว้

นอกจากนี้ ในคลิปเสียงยังมีการแอบอ้างถึงความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างอดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกับบุคคลในองค์กรอิสระที่มีอำนาจตรวจสอบคดีสินบนทองคำ ทั้งศาล และ ป.ป.ช. ทำให้พ.ต.อ.ภาคภูมิรู้สึกกังวลถึงผลกระทบต่อคดีที่ตนเองเกี่ยวข้อง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

วัตถุประสงค์เพื่อปกป้องตนเองและตรวจสอบความเหมาะสม

พ.ต.อ.ภาคภูมิ ระบุว่า การยื่นร้องเรียนดังกล่าว มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้ตรวจสอบมรรยาทของทนายความคนนี้ ซึ่งเป็นการปกป้องตนเองจากข้อกล่าวหาที่อาจไม่เป็นธรรม อีกทั้งเพื่อให้สภาทนายความเข้ามาตรวจสอบพฤติกรรมว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ โดยตนไม่ได้คาดหวังผลการตัดสินในรูปแบบใด เพียงต้องการให้มีการตรวจสอบอย่างเป็นกลาง

สำหรับกรณีที่คู่กรณีอาจอ้างในอนาคตว่าคลิปที่ตำรวจเปิดนั้น เป็นคลิปที่ทำจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) พ.ต.อ.ภาคภูมิ มองว่าเป็นสิ่งที่สามารถอ้างได้ แต่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็มีหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า คลิปที่ถูกนำมาเผยแพร่นั้น เป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินไปอย่างถูกต้อง

ความสำคัญของคดีและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

คดีติดสินบนทองคำนี้ ถือเป็นคดีสำคัญที่มีความซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับบุคคลระดับสูง การตรวจสอบมรรยาททนายความในครั้งนี้ อาจส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรมและความไว้วางใจของสาธารณชน หากพบว่ามีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมจริง

พ.ต.อ.ภาคภูมิ เน้นย้ำว่า การกระทำในวันนี้ เป็นไปเพื่อรักษาความยุติธรรมและป้องกันไม่ให้มีการบิดเบือนข้อเท็จจริงในคดี ซึ่งอาจกระทบต่อผลลัพธ์สุดท้ายของคดีติดสินบนทองคำที่กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง