ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ยกฟ้องคดี สว.สำรอง ฟ้อง 8 กกต. ชี้ผู้ร้องไม่มีอำนาจ
ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ยกฟ้องคดี สว.สำรอง ฟ้อง 8 กกต.

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ มีคำสั่งยกฟ้องคดี สว.สำรอง ฟ้อง 8 กกต. ชี้ผู้ร้องไม่มีอำนาจตามกฎหมาย

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางได้มีคำสั่งยกฟ้องในชั้นตรวจฟ้องคดีสำคัญ เมื่อเวลา 09.00 น. ของวันที่ 20 เมษายน 2569 โดยคดีนี้เกี่ยวข้องกับการยื่นฟ้องของนายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล ซึ่งดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาสำรอง ในฐานะโจทก์ โดยเขาได้ยื่นฟ้องนายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง พร้อมด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งและนายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง รวมทั้งหมด 8 คน ในฐานะจำเลย

ข้อกล่าวหาดำเนินคดีล่าช้าและไม่มีความคืบหน้า

ข้อกล่าวหาหลักในคดีนี้คือการที่จำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เกี่ยวข้องกับกรณีการสอบสวนคดีฮั้วสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของอนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 โดยโจทก์ได้อ้างว่าการดำเนินการของคณะกรรมการการเลือกตั้งในเรื่องนี้มีความล่าช้าและไม่มีความคืบหน้าอย่างชัดเจน ส่งผลให้กระบวนการยุติธรรมขาดประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือ

อย่างไรก็ตาม ศาลได้พิจารณาแล้วเห็นว่าโจทก์ในคดีนี้ไม่มีอำนาจตามกฎหมายในการยื่นฟ้องดังกล่าว โดยศาลชี้แจงว่าผู้มีอำนาจฟ้องคดีในลักษณะนี้จะต้องเป็นอัยการสูงสุดเท่านั้น ซึ่งเป็นไปตามหลักกฎหมายที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัดเพื่อรักษาความเป็นกลางและความถูกต้องของกระบวนการยุติธรรม

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ปฏิกิริยาจากโจทก์หลังคำสั่งศาล

ภายหลังการฟังคำสั่งของศาล นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นว่า ศาลมีคำพิพากษายกฟ้องในวันนี้ โดยให้เหตุผลหลักคือโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง และบุคคลที่มีอำนาจฟ้องจะต้องเป็นอัยการสูงสุดเท่านั้น เขายังเปิดเผยเพิ่มเติมว่าคดีนี้ได้มีการดำเนินการโดยสถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง ซึ่งได้ทำสำนวนส่งต่อให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไปแล้ว

นายอัครวัฒน์ยังกล่าวย้ำว่า หลังจากนี้เขาจะยังคงเดินหน้าตรวจสอบเรื่องนี้ต่อไปอย่างต่อเนื่อง โดยอาจมีการพิจารณายื่นเรื่องต่อศาลฎีกาในอนาคต แต่เขาขอยังไม่เปิดเผยประเด็นเฉพาะที่อาจจะยื่นฟ้อง นอกจากนี้ เขายังระบุว่าจะต้องไปพิจารณาและปรึกษากับทีมงานอีกครั้งเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการยื่นอุทธรณ์ต่อคำสั่งศาลในครั้งนี้ หรือการใช้ช่องทางอื่นตามกฎหมายเพื่อดำเนินการต่อไป

คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนและข้อจำกัดทางกฎหมายในการฟ้องร้องเจ้าพนักงาน โดยเฉพาะในกรณีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ ซึ่งต้องอาศัยอำนาจจากหน่วยงานที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น การตัดสินของศาลในครั้งนี้จึงเน้นย้ำถึงความสำคัญของกระบวนการยุติธรรมที่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการฟ้องร้องที่อาจขาดพื้นฐานทางกฎหมายที่เหมาะสม