ดีเอสไอเตรียมเรียกสอบ 8 บริษัทเจ้าของเรือในฐานะพยาน คดีกักตุนน้ำมัน
กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เตรียมดำเนินการเรียกสอบ 8 บริษัทเจ้าของเรือในฐานะพยาน หลังพบความผิดปกติในการขนส่งน้ำมันทางเรือ จำนวน 20 เที่ยวเรือ ส่งผลให้น้ำมันหายกลางทะเลสุราษฎร์ธานีประมาณ 57-60 ล้านลิตร โดยคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจะเริ่มต้นสอบสวนปากคำตั้งแต่วันอังคารที่ 21-23 เมษายน 2569 นี้
การขยายผลตรวจสอบคลังน้ำมันในจังหวัดอ่างทอง
นอกจากนี้ ดีเอสไอยังได้ขยายผลตรวจสอบคลังน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง ซึ่งพบพฤติกรรมครอบครองน้ำมันเชื้อเพลิงจำนวนมากโดยไม่มีใบกำกับการขนส่งมาแสดง เจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างน้ำมันเพื่อตรวจสอบคุณภาพและดำเนินคดีอาญาตามกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงแล้ว โดยกรณีนี้เข้าข่ายเป็นคดีพิเศษตามมติคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) เนื่องจากเกี่ยวข้องกับความผิดทางอาญาที่มีผลกระทบจากเหตุการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง
พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า เบื้องต้นกรณีบริษัทในจังหวัดอ่างทองจะถูกรับมาเป็นคดีพิเศษแยกต่างหาก ไม่ซ้ำกับเลขคดีพิเศษที่ 59/2569 โดยดีเอสไอไม่จำเป็นต้องรอให้พาณิชย์จังหวัดอ่างทองเข้าร้องทุกข์ เนื่องจากตำรวจ บก.ปคบ. ได้สอบสวนเป็นคดีอาญาไว้ก่อนแล้ว และขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานงานด้านเอกสาร
รายละเอียดการตรวจสอบและขั้นตอนต่อไป
สำหรับผลการตรวจสอบคลังน้ำมันในจังหวัดอ่างทอง พบปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงในถังต่างๆ ดังนี้
- ถัง TD2 ดีเซล B7: 102,412 ลิตร
- ถัง TS4 เบนซิน แก๊สโซฮอล์ 95: 140,879 ลิตร
- ถัง TD3 (ไม่ได้ใช้งาน): 51,640 ลิตร
- ถัง TD1 ดีเซล B7: 291,250 ลิตร
- ถัง TS5 เบนซิน แก๊สโซฮอล์ 91: 64,997 ลิตร
ขั้นตอนถัดไป หากดีเอสไอได้รับโอนสำนวนจากตำรวจ บก.ปคบ. กรณีบริษัทที่อ่างทองมาเป็นคดีพิเศษ ก็จะเริ่มต้นด้วยการออกหมายเรียกพยาน เชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้าชี้แจงกับคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ โดยจะขยายประเด็นไปยังกลุ่มบุคคลที่มีบทบาทเข้ามาเกี่ยวข้องในการกระทำความผิดหรือการเป็นผู้สนับสนุน
พ.ต.ต.ยุทธนายังกล่าวเพิ่มเติมว่า ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษจะเสนอแต่งตั้งคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่มีหน่วยงานภาคีอื่นร่วมทำงาน เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและคลี่คลายคดีการกักตุนให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนตามลำดับชั้นของกระทรวงยุติธรรม
ความผิดปกติในการขนส่งน้ำมันทางเรือ
สำหรับกรณีความผิดปกติในการขนส่งน้ำมันทางเรือ จำนวน 20 เที่ยวเรือ โดยมีเรือ 12 ลำ จาก 8 บริษัท ที่แล่นเข้ารับน้ำมันจากโรงกลั่นในพื้นที่ภาคตะวันออกไปยังคลังน้ำมันในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ก่อนพบว่ามีน้ำมันหายกลางทะเลประมาณ 57-60 ล้านลิตรนั้น คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ออกหนังสือเชิญบริษัทเจ้าของเรือทั้ง 8 บริษัท เข้าให้ปากคำชี้แจงในฐานะพยานที่กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค
ประเด็นที่จะใช้ในการสอบถามรวมถึงการประกอบธุรกิจของบริษัทเป็นมาอย่างไร และใบกำกับการขนส่งน้ำมันทางเรือมีความเกี่ยวข้องกับการขนส่งน้ำมันทางเรืออย่างไร โดยรายงานเบื้องต้นยังไม่พบว่าโรงกลั่นน้ำมันในพื้นที่ภาคตะวันออกมีส่วนเกี่ยวข้องกับการชะลอของเรือขนส่งน้ำแต่อย่างใด เนื่องจากทางโรงกลั่นได้มีการจัดส่งน้ำมันให้เรือขนส่งน้ำมันจริง
ทั้งนี้ การดำเนินคดีในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายด้านน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งอาจส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อประชาชนและภาคอุตสาหกรรมของประเทศ



