ศาลอาญาทุจริตยกฟ้องคดี สว. ฟ้อง กกต. 8 คน ชี้โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องตามกฎหมาย
วันนี้ (20 เมษายน 2569) ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางได้มีคำพิพากษายกฟ้องคดีที่สมาชิกวุฒิสภา (สว.) สำรอง ยื่นฟ้องนายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง และนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. รวมทั้งสิ้น 8 คน ในข้อหาฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญาและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง
เหตุผลทางกฎหมายที่ศาลยกฟ้อง
ศาลได้วินิจฉัยว่าโจทก์ซึ่งเป็น สว. สำรอง ไม่มีอำนาจฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 28 (2) และพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 มาตรา 6 วรรคแรก โดยอ้างอิงถึงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 88 ซึ่งกำหนดให้ผู้สมัครเป็นผู้เสียหายเท่านั้น ในขณะที่มาตรา 67–87 เป็นบทกำหนดโทษสำหรับกรณีที่ผู้สมัคร กรรมการ หรือพนักงานเจ้าหน้าที่กระทำความผิด และไม่ได้ให้อำนาจโจทก์ในการฟ้อง กกต. เกี่ยวกับการดำเนินการสืบสวนหรือไต่สวนตามอำนาจหน้าที่
ศาลชี้แจงเพิ่มเติมว่า หาก กกต. ใช้อำนาจสืบสวนหรือไต่สวนโดยมิชอบ รัฐเท่านั้นที่เป็นผู้เสียหาย และพนักงานอัยการเท่านั้นที่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งแปดคนในคดีนี้ นอกจากนี้ โจทก์ยังไม่ได้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 88 แห่งกฎหมายดังกล่าวในคดีนี้ด้วย ซึ่งเป็นข้อบกพร่องสำคัญในกระบวนการฟ้องร้อง
ประเด็นความเสียหายและอนาคตของคดี
ศาลยังได้ระบุว่า หาก กกต. ไม่ดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาจำนวน 229 คน และโจทก์เป็นผู้เสียหายจริง โจทก์สามารถดำเนินคดีอาญากับบุคคลที่ทำให้ตนได้รับความเสียหายได้ อย่างไรก็ตาม ในกรณีนี้ โจทก์ยังไม่ได้เป็น สว. อย่างเป็นทางการ ดังนั้นความเสียหายที่อ้างอิงจึงยังไม่แน่ว่าจะเกิดขึ้นหรือไม่ในอนาคต ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่นำไปสู่การยกฟ้องคดี
ขณะที่นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล ผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภาบัญชีสำรอง ได้เปิดเผยว่า กำลังอยู่ระหว่างพิจารณายื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลและมีแนวทางเรียกร้องขอความเป็นธรรมในช่องทางอื่นเพิ่มเติม ซึ่งแสดงถึงความพยายามที่จะต่อสู้ทางกฎหมายต่อไป
การดำเนินการของ กกต. เกี่ยวกับคดีบัตรเลือกตั้ง
ในส่วนที่เกี่ยวข้อง ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า กกต. รวมถึงเลขาธิการ กกต. ได้ส่งคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาคดีบัตรเลือกตั้งต่อศาลรัฐธรรมนูญแล้ว เมื่อวันศุกร์ที่ 17 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นการดำเนินการแยกต่างหากจากคดีนี้ แต่สะท้อนถึงความเคลื่อนไหวทางกฎหมายที่ต่อเนื่องในประเด็นการเลือกตั้ง
การตัดสินของศาลในครั้งนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของอำนาจฟ้องตามกฎหมายและบทบาทของรัฐในกระบวนการยุติธรรม โดยอาจส่งผลต่อแนวทางการฟ้องร้องในคดีทุจริตที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งในอนาคต



