ป.ป.ช. ชี้มูล 'จำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา' ร่ำรวยผิดปกติ 321 ล้านบาท ชงอัยการฟ้องยึดทรัพย์
ป.ป.ช. ชี้มูลจำเริญ ร่ำรวยผิดปกติ 321 ล้าน ชงอัยการฟ้อง

ป.ป.ช. ชี้มูลอดีตผู้ว่าฯ 4 จังหวัดร่ำรวยผิดปกติ 321 ล้านบาท ชงอัยการฟ้องศาลยึดทรัพย์

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มีมติชี้มูลความผิดกรณีร่ำรวยผิดปกติของนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นครศรีธรรมราช พังงา และสตูล โดยพบว่ามีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากผิดปกติไม่สัมพันธ์กับรายได้ รวมเป็นเงินกว่า 321 ล้านบาท พร้อมชงอัยการสูงสุดยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้สั่งยึดทรัพย์สินดังกล่าวเป็นของแผ่นดิน

ทรัพย์สินร่ำรวยผิดปกติครอบคลุมบัญชีธนาคารและอสังหาริมทรัพย์

จากการไต่สวนของ ป.ป.ช. ปรากฏข้อเท็จจริงว่านายจำเริญมีทรัพย์สินที่อยู่ในชื่อตนเอง คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ซึ่งไม่สามารถพิสูจน์หรือแสดงที่มาได้ โดยแบ่งเป็นรายการดังนี้

  • เงินฝากธนาคารในชื่อนายจำเริญ 1 บัญชี จำนวน 1,488,514.80 บาท
  • เงินฝากธนาคารในชื่อคู่สมรส 13 บัญชี รวม 260,846,734.80 บาท
  • ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในชื่อคู่สมรส 22 รายการ มูลค่ารวม 47,445,608.70 บาท
  • ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างในชื่อบุตร 1 รายการ มูลค่า 5,690,000 บาท
  • รถยนต์ในชื่อคู่สมรส 6 คัน มูลค่ารวม 6,200,000 บาท

ทรัพย์สินทั้งหมดนี้รวมเป็นเงิน 321,670,858.30 บาท ซึ่ง ป.ป.ช. พิจารณาว่าเป็นกรณีร่ำรวยผิดปกติสืบเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่ง

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

กระบวนการทางกฎหมายและมาตรการลงโทษ

นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษก เปิดเผยว่า ป.ป.ช. ได้มีมติให้ส่งรายงานการไต่สวน เอกสาร และพยานหลักฐานไปยังอัยการสูงสุด เพื่อยื่นคำร้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจ ขอให้ศาลสั่งให้ทรัพย์สินที่ร่ำรวยผิดปกติตกเป็นของแผ่นดิน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นอกจากนี้ ป.ป.ช. ยังได้แจ้งคำวินิจฉัยและข้อเท็จจริงไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อสั่งลงโทษไล่ออก นายจำเริญ โดยถือว่ากระทำการทุจริตต่อหน้าที่ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 122

หากศาลไม่สามารถบังคับเอาแก่ทรัพย์สินทั้งหมดหรือบางส่วนได้ ป.ป.ช. มีสิทธิขอให้ศาลบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินอื่นของผู้ถูกกล่าวหาได้ภายในระยะเวลา 10 ปี ตามมาตรา 125 ของกฎหมายเดียวกัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเข้มงวดในการดำเนินคดีทุจริตของหน่วยงาน

กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของ ป.ป.ช. ในการปราบปรามการทุจริตในภาครัฐอย่างจริงจัง โดยเฉพาะกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่มีพฤติกรรมร่ำรวยผิดปกติ ซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในระบบราชการ