ป.ป.ท.ร่วมหน่วยงานตรวจสอบวัดป่าชนะใจสระบุรี พบบุกรุกป่า-ส.ป.ก. กว่า 2,000 ไร่ เรี่ยไรเงินสร้างกุฏิหลังละ 5 แสนบาท
วันนี้ (18 กุมภาพันธ์ 2569) เวลา 11.30 น. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.) ได้บูรณาการการทำงานร่วมกับกรมป่าไม้ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสระบุรี และสำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดสระบุรี เพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบสถานะพื้นที่ครอบครองของวัดป่าชนะใจและสถานที่เกี่ยวข้องในตำบลหนองย่างเสือ อำเภอมวกเหล็ก คาบเกี่ยวอำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี
การตรวจสอบและพฤติการณ์ที่พบ
การดำเนินงานครั้งนี้มีขึ้นหลังสำนักงาน ป.ป.ท.ได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับการบุกรุกที่ดินและพฤติการณ์เรี่ยไรเงิน โดยพบว่าวัดป่ารักษาใจ ซึ่งนำโดยครูบาชัยวัฒน์ ได้แสดงตนเป็นผู้นำคณะสงฆ์และแม่ชี เข้ามาบุกรุกยึดถือครอบครองพื้นที่ป่าบริเวณดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบการกระทำหลายประการที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย
- การบุกรุกพื้นที่: พบการบุกรุกครอบคลุมพื้นที่ป่าและที่ดินสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร (ส.ป.ก.) รวมกว่า 2,000 ไร่ โดยไม่ได้รับอนุญาต
- การเรี่ยไรเงิน: มีการเชิญชวนผ่านช่องทางเฟซบุ๊กให้มาซื้อกุฏิถวายวัดหรือซื้อเพื่ออยู่ปฏิบัติธรรม หลังละ 500,000 บาท รวมถึงเรี่ยไรเงินสร้างถนนทางเข้าพุทธสถานวัดป่ารักษาใจนานาชาติ 10 กิโลเมตร มูลค่า 3,300,000 บาท
- การก่อสร้างและปรับพื้นที่: นำเครื่องจักรหนักเข้ามาขุดปรับแต่งพื้นที่ให้ราบเหมาะแก่การก่อสร้าง ดันต้นไม้ทำถนนขึ้นไปในแนวป่า และปรับพื้นที่ในเขตส.ป.ก. โดยไม่ได้รับอนุญาต
ผลการตรวจสอบพื้นที่จุดต่าง ๆ
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ได้แบ่งการตรวจออกเป็นหลายจุดสำคัญ
- วัดป่ารักษาใจ: อยู่ในเขตส.ป.ก.พื้นที่ 13 ไร่ ปรากฏชื่อผู้ได้รับอนุญาตเข้าทำประโยชน์ในที่ดินตามเอกสาร ส.ป.ก. 4-01 แต่ผู้ได้รับอนุญาตตามเอกสารไม่ได้เข้าทำประโยชน์ในที่ดิน ต่อมาวัดป่ารักษาใจเข้ามาในพื้นที่ช่วงปี 2566 และพบการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างเพิ่มเติม
- หมู่บ้านอริยะ วัดป่าชนะใจ พุทธสถานรักษาใจนานาชาติ และผาชนะใจ: อยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินฯ ที่ยังไม่ได้อนุญาตให้ผู้ใดเข้าทำประโยชน์ พบการบุกรุกยึดถือครอบครอง มีพฤติกรรมก่อสร้าง แผ้วถางป่า และนำเครื่องจักรหนักปรับพื้นที่ในบริเวณเนินเขาสูงโดยไม่ได้รับอนุญาต
พฤติกรรมดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 และพระราชกฤษฎีกาสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร พ.ศ.2518 โดยเจ้าหน้าที่ป่าไม้เปิดเผยว่ายังพบการกว้านซื้อสิทธิจากชาวบ้านมาดำเนินการต่อด้วย
สถานะของวัดป่าชนะใจและบุคคลเกี่ยวข้อง
สำหรับวัดป่าชนะใจ ซึ่งก่อตั้งเมื่อปี 2566 มีการยื่นขอเปิดเป็นสำนักสงฆ์ต่อสำนักพุทธศาสนาเรื่อยมา แต่ไม่ได้รับอนุญาตเนื่องจากไม่มีเอกสารสิทธิครอบครองที่ดินและพบข้อพิรุธในเอกสารประชาคมหมู่บ้าน ปัจจุบันสถานที่ดังกล่าวเป็นเพียงที่พักสงฆ์เท่านั้น
สำนักงานพระพุทธศาสนาได้ตรวจสอบแล้ว พบว่ามีพระสงฆ์อาศัยอยู่ 13 รูป ซึ่งเป็นพระที่มีต้นสังกัดในจังหวัดเลยและอุบลราชธานี โดยได้ประสานต้นสังกัดให้เรียกตัวกลับไป นอกจากนี้ยังพบแม่ชีมาอาศัยอยู่อีก 23 รูป และมีคนที่มารอบวชอีกหลายสิบคน
การตรวจสอบในครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือของหน่วยงานรัฐในการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินและพฤติการณ์ทุจริตในภาคศาสนา ซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของสาธารณชนและความสมดุลของระบบนิเวศในพื้นที่



