สาววัย 18 ปี ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างเป็นตำรวจโทรศัพท์มาหลอกลวง โดยอ้างว่ามีหมายจับในข้อหาฟอกเงิน ก่อนจะให้โอนเงินไปยังบัญชีม้าเป็นจำนวนกว่า 2 แสนบาท เหยื่อรู้ตัวอีกทีก็เสียเงินไปแล้ว
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2567 นางสาวเอ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี ได้เข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม หลังจากถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงจนสูญเงินจำนวน 200,000 บาท โดยคนร้ายอ้างเป็นพนักงานสอบสวนจากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) โทรศัพท์มาหาเหยื่อและแจ้งว่ามีหมายจับในข้อหาฟอกเงิน เนื่องจากพบว่าบัญชีธนาคารของเหยื่อถูกใช้ในการกระทำผิด
ขั้นตอนการหลอกลวง
คนร้ายได้พูดจาให้เหยื่อเกิดความกลัว และแนะนำให้โอนเงินไปยังบัญชีที่อ้างว่าเป็นของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์ โดยเหยื่อหลงเชื่อและโอนเงินไปยังบัญชีดังกล่าวหลายครั้ง รวมเป็นเงิน 200,000 บาท หลังจากนั้นคนร้ายก็ตัดสายและติดต่อไม่ได้อีกเลย
การแจ้งความและดำเนินคดี
หลังจากรู้ตัวว่าถูกหลอก นางสาวเอจึงรีบไปแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม โดยพนักงานสอบสวนได้รับเรื่องและจะสืบสวนติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
คำเตือนจากเจ้าหน้าที่
เจ้าหน้าที่ตำรวจฝากเตือนประชาชนว่า หน่วยงานราชการหรือตำรวจจะไม่มีนโยบายโทรศัพท์แจ้งให้โอนเงินหรือทำธุรกรรมใดๆ ผ่านทางโทรศัพท์ หากได้รับโทรศัพท์ลักษณะนี้ให้สงสัยไว้ก่อนว่าเป็นมิจฉาชีพ และไม่ควรโอนเงินหรือให้ข้อมูลส่วนตัวแก่ผู้ที่โทรศัพท์มาโดยเด็ดขาด
นอกจากนี้ ควรตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง หรือแจ้งความที่สถานีตำรวจในพื้นที่ หากพบว่าถูกหลอกลวง



