ตำรวจบุกจับร้านคาราโอเกะในบุรีรัมย์ ค้นพบการค้ามนุษย์เด็กอายุ 15-17 ปี แฝงค้าประเวณี
เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) ได้บุกเข้าจับกุมร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่งในตำบลโคกม้า อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ หลังสืบสวนพบการนำเด็กอายุระหว่าง 15 ถึง 17 ปี มาทำงานในลักษณะนั่งดริงก์และแอบแฝงขายบริการทางเพศ
รายละเอียดการจับกุมและข้อหา
การปฏิบัติการครั้งนี้มีขึ้นภายใต้การสั่งการของ พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ โดยมี พ.ต.อ.ศิรเมศร์ เมธีธนวิจิตร์ ผู้กำกับการ 3 บก.ปคม. และทีมงานร่วมดำเนินการ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุม น.ส.จันจิรา เงื่อนเก่า อายุ 31 ปี เจ้าของร้านคาราโอเกะดังกล่าว ตามหมายจับศาลจังหวัดบุรีรัมย์ที่ 77/2569 ลงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569
ผู้ต้องหาถูกตั้งข้อหา “ค้ามนุษย์ โดยเป็นธุระจัดหา ส่งไปยังที่ใด หน่วงเหนี่ยว กักขัง จัดให้อยู่อาศัย หรือรับไว้ซึ่งเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณี ซึ่งกระทำแก่บุคคลอายุเกิน 15 ปี แต่ไม่ถึง 18 ปี” การจับกุมเกิดขึ้นบริเวณหน้าร้านนัดพบคาราโอเกะ ในขณะที่ผู้ต้องหากำลังเปิดร้านให้บริการตามปกติ
การสืบสวนและพยานหลักฐาน
การดำเนินคดีเริ่มต้นจากการที่ตำรวจ กก.3 บก.ปคม. ได้สืบสวนการค้ามนุษย์ในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ จนพบร้านคาราโอเกะแห่งนี้มีการนำเด็กหญิงอายุน้อยมาทำงานในลักษณะที่น่าเป็นห่วง จากการตรวจสอบพบว่า ร้านได้นำ น.ส.เอ๋ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี มาเป็นพนักงานเสิร์ฟในรูปแบบเด็กนั่งดริงก์ และยังมีการแอบแฝงขายบริการทางเพศให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการอีกด้วย
เจ้าหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัติศาลออกหมายจับ หลังพบว่าเจ้าของร้านมีการหักค่านายหน้าจากค่าตัวของเด็ก ซึ่งถือเป็นการแสวงหาประโยชน์จากการค้าประเวณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี อย่างชัดเจน
การช่วยเหลือเหยื่อและขั้นตอนต่อไป
ในระหว่างการจับกุม เจ้าหน้าที่ยังพบเด็กหญิงอีก 2 รายภายในร้าน ได้แก่ น.ส.นุ่น (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี และ น.ส.หนิง (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี ซึ่งถูกช่วยเหลือออกมาพร้อมกัน ทีมงานได้ประสานกับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อคัดแยกและให้การช่วยเหลือเหยื่อการค้ามนุษย์อย่างเร่งด่วน
กระบวนการนี้มุ่งเน้นการคุ้มครองสิทธิและฟื้นฟูสภาพจิตใจของเด็กตามมาตรฐานที่กำหนด ในการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพต่อข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปคม. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งขยายผลการสืบสวนเพิ่มเติมเพื่อปราบปรามเครือข่ายการค้ามนุษย์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง



