ศาลอุทธรณ์ยืนจำคุก 12 เดือน 'สายน้ำ-ออย' พ่นสีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
ศาลอุทธรณ์ยืนจำคุก 12 เดือน 'สายน้ำ-ออย'

ศาลอุทธรณ์ยืนจำคุก 12 เดือน 'สายน้ำ-ออย' พ่นสีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

ศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษายืนจำคุก 12 เดือน โดยไม่รอลงอาญา สำหรับนายนภสินธุ์ ตรีรยาภิวัฒน์หรือสายน้ำ และนายสิทธิชัย ปราศรัยหรือออย นักกิจกรรมทางการเมือง ฐานร่วมกันพ่นสีสเปรย์ทำลายอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยและเสาชิงช้า ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ทำลายโบราณสถานที่เป็นสมบัติของชาติ

รายละเอียดคดีและข้อกล่าวหา

คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2566 โดยจำเลยทั้งสองได้ร่วมกันพ่นสีสเปรย์บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยและเสาชิงช้า เพื่อเรียกร้องสิทธิประกันตัวให้เยาวชนหญิงที่เป็นนักกิจกรรมทางการเมือง ให้ได้รับการประกันตัว ต่อมา พนักงานอัยการคดีอาญา 10 ได้เป็นโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองในความผิดฐานร่วมกันขีดเขียนทำให้โบราณสถานได้รับความเสียหายเสื่อมค่า ตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 มาตรา 32 และ 35

ศาลอาญาได้พิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า จำเลยทั้งสองกระทำผิดตามฟ้องจริง จึงพิพากษาจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 12 เดือน โดยไม่รอลงอาญา จำเลยทั้งสองได้ยื่นอุทธรณ์ โดยอ้างว่าไม่มีเจตนากระทำผิด และขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นรอการลงโทษ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

คำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ได้พิเคราะห์ข้อเท็จจริงและหลักกฎหมายแล้วเห็นว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการทำลายโบราณสถานซึ่งเป็นสมบัติของชาติ แม้จะเป็นการแสดงออกทางการเมือง แต่ก็ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายอย่างชัดเจน ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องกับคำพิพากษาของศาลชั้นต้น จึงพิพากษายืนจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 12 เดือน โดยไม่รอลงอาญา และอุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

คดีนี้เป็นตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการปกป้องโบราณสถานและสมบัติชาติ แม้การแสดงออกทางการเมืองจะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน แต่ต้องไม่ละเมิดกฎหมายหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินสาธารณะ คำพิพากษานี้เน้นย้ำถึงหลักนิติธรรมและการบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม