กองปราบฯ รวบหนุ่มใหญ่หลอกขายนาฬิกาปลอมผ่านเฟซบุ๊ก เหยื่อสูญเงินนับแสน
กองปราบฯ รวบหนุ่มใหญ่หลอกขายนาฬิกาปลอมผ่านเฟซบุ๊ก

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2567 พล.ต.ต.สุวัฒน์ แก้วสกุล ผู้บังคับการกองปราบปราม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม ได้ร่วมกันจับกุมนายสมชาย (สงวนนามสกุล) อายุ 48 ปี ชาวจังหวัดปทุมธานี ตามหมายจับศาลอาญา ข้อหา "ฉ้อโกงประชาชน" และ "นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ" หลังจากสืบสวนพบว่า นายสมชายได้เปิดเพจเฟซบุ๊กชื่อ "นาฬิกาแท้ ราคาถูก" หลอกขายนาฬิกาแบรนด์เนมปลอม เช่น โรเล็กซ์ โอเมก้า และคาร์เทียร์ ให้กับผู้เสียหายหลายรายทั่วประเทศ

พฤติกรรมของคนร้าย

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายสมชายรับสารภาพว่า ได้ซื้อนาฬิกาปลอมจากแหล่งผลิตในประเทศจีนในราคาเรือนละไม่กี่ร้อยบาท แล้วนำมาถ่ายรูปโพสต์ขายในเพจเฟซบุ๊ก โดยอ้างว่าเป็นของแท้นำเข้าจากต่างประเทศ พร้อมกับเสนอราคาที่ถูกกว่าท้องตลาดมาก เช่น นาฬิกาโรเล็กซ์ปลอมขายในราคา 5,000-10,000 บาท ในขณะที่ของแท้มีราคาเรือนละหลายแสนบาท เมื่อมีผู้สนใจสั่งซื้อ นายสมชายจะให้โอนเงินค่าสินค้าเข้าบัญชีธนาคารของตน แล้วส่งนาฬิกาปลอมทางไปรษณีย์ให้กับผู้เสียหาย ต่อมาผู้เสียหายบางรายนำนาฬิกาไปตรวจสอบที่ศูนย์บริการจึงรู้ว่าเป็นของปลอม จึงรวมตัวกันแจ้งความดำเนินคดี

มูลค่าความเสียหาย

พ.ต.ท.หญิง ณัฐธยาน์ วงษ์วานิช รองผู้กำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความแล้วกว่า 20 ราย มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 500,000 บาท โดยผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ต้องการซื้อนาฬิกาแบรนด์เนมในราคาถูก แต่กลับถูกหลอกให้ซื้อของปลอม เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ โดยเฉพาะสินค้าที่มีราคาถูกเกินจริง ควรตรวจสอบร้านค้าและสินค้าให้แน่ใจก่อนโอนเงิน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

นายสมชายถูกดำเนินคดีในข้อหา "ฉ้อโกงประชาชน" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 และ "นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ" ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 มาตรา 14(1) ซึ่งมีอัตราโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

การป้องกันและปราบปราม

กองบังคับการปราบปรามได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนเร่งรัดดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดในลักษณะดังกล่าวอย่างจริงจัง พร้อมทั้งประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อปิดกั้นเพจเฟซบุ๊กที่กระทำผิด และให้ความรู้แก่ประชาชนในการป้องกันตนเองจากมิจฉาชีพออนไลน์

ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำผิดในลักษณะนี้ สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่สายด่วนกองปราบปราม โทร. 1197 หรือแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่สถานีตำรวจในท้องที่