BAM ปรับกลยุทธ์ใหม่ เปิดโรงพยาบาลแก้หนี้ ตัดดอกเบี้ยเก่าเหลือต้น 70% จบหนี้
BAM เปิดโรงพยาบาลแก้หนี้ ตัดดอกเบี้ยเก่าเหลือต้น 70%

BAM ปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่ เปิดโรงพยาบาลแก้หนี้ ช่วยลูกหนี้รายย่อย

ในยุคที่เศรษฐกิจชะลอตัวและหนี้ครัวเรือนสูง บรรษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) อย่าง BAM หรือ บริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการติดตามหนี้และขายทรัพย์สินอีกต่อไป แต่เปลี่ยนบทบาทมาเป็นผู้ช่วยเหลือลูกหนี้ให้กลับมามีโอกาสทางการเงินอีกครั้ง นายรักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BAM กล่าวถึงแนวทางใหม่ว่า BAM ได้ปรับกระบวนทัศน์ทางธุรกิจ จากเดิมที่มองแค่หลักประกันและมูลค่าทรัพย์สิน มาสู่การมองลูกหนี้เป็นลูกค้าหรือคนไข้ที่ต้องได้รับการรักษาให้หายดีและตั้งตัวได้อีกครั้ง

ผลดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 และเป้าหมายทั้งปี

ผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 BAM สามารถสร้างผลเรียกเก็บได้ 3,026 ล้านบาท และมีกำไร 217 ล้านบาท แม้เศรษฐกิจผันผวน แต่บริษัทสามารถช่วยให้ลูกหนี้ปรับโครงสร้างหนี้เพิ่มขึ้น 88% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และขายทรัพย์ได้เพิ่มขึ้น 14% คิดเป็น 853 รายการ มูลค่า 987 ล้านบาท เฉลี่ยรายการละ 1 ล้านกว่าบาท โดยเน้นขายให้กับผู้มีรายได้น้อยหรือคนตัวเล็ก

นายรักษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า BAM ยังลดภาระหนี้ของบริษัทเองจากกว่า 90,000 ล้านบาท อัตราหนี้สินต่อทุน (D/E) 2.7 เท่า ลดลงเหลือ 70,000 กว่าล้านบาท D/E อยู่ที่ 1.96 เท่า ซึ่งต่ำที่สุดในธุรกิจเดียวกัน นอกจากนี้ ยังลดต้นทุนทางการเงิน (Cost of Fund) เหลือ 3.26% และตั้งเป้าลดให้ต่ำกว่า 3% ภายในปีนี้ เพื่อรักษาสภาพคล่อง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

สำหรับเป้าหมายปี 2569 BAM ยังคงเป้าหมายผลเรียกเก็บที่ 17,900 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 2,000 ล้านบาท แม้ไตรมาสแรกกำไรเพียง 200 กว่าล้าน แต่คาดว่าไตรมาส 2 และ 3 จะเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 500 ล้านบาทและ 700 ล้านบาทตามลำดับ ส่วนไตรมาส 4 จะสูงสุด อย่างไรก็ตาม การขายทรัพย์สินในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันทำได้ยาก โดยเฉพาะทรัพย์ราคาสูง ส่วนทรัพย์ราคาไม่สูงมากก็มีอัตราการปฏิเสธสินเชื่อสูงถึง 60-70%

ยุทธการมดงานและโรงพยาบาลแก้หนี้

BAM จึงปรับยุทธศาสตร์ด้วยปฏิบัติการ "มดงาน" เน้นขายทรัพย์ราคาย่อมเยาแทนการพึ่งพาทรัพย์ขนาดใหญ่ โดยมีโครงการ "เริ่มต้นใหม่กับ BAM" หรือโรงพยาบาลแก้หนี้ ซึ่งเริ่มจากการตัดดอกเบี้ยค้างจ่ายทั้งหมดออก เหลือเพียงเงินต้น 100% จากนั้นแบ่งเป็น 2 กรณี

  • กรณีที่ 1: หากลูกหนี้มีเงินปิดบัญชีครั้งเดียว BAM จะลดหนี้ให้อีก 30% จากเงินต้น คงเหลือชำระ 70% ภายใน 60 วัน โดยไม่คิดดอกเบี้ยเพิ่ม
  • กรณีที่ 2: หากไม่มีเงินก้อน สามารถผ่อนชำระรายเดือน ดอกเบี้ย 0% นาน 3 ปีแรก ผ่อนสูงสุด 10 ปี โดยลูกหนี้ต้องเป็นบุคคลธรรมดา ไม่เคยเข้าโครงการมาก่อน มียอดหนี้ไม่เกิน 3 ล้านบาท และหลักประกันยังไม่ถูกบังคับคดี

นอกจากนี้ BAM ยังปรับราคาทรัพย์มือสองใหม่ โดยตั้งราคาต่ำกว่าราคาตลาด 15% ยกเว้นทรัพย์ทำเลดีที่ราคาเพิ่มต่อเนื่อง ซึ่งแยกขายเป็น "BAM Premium" พร้อมทั้งขายทรัพย์ราคาย่อมเยา เช่น โครงการแฟลตปลาทอง ราคายูนิตละ 82,000 บาท ผ่อนเดือนละ 1,700 บาท สำหรับกลุ่มรายได้น้อย เช่น ไรเดอร์ พนักงานกวาดถนน และยังมี "BAM Guarantee" รับประกันว่าทรัพย์ไม่มีปัญหาคดีความหรือผู้บุกรุก โครงสร้างแข็งแรง พร้อมเข้าอยู่

BAM ยังเตรียมทดลองโมเดล "ขายพร้อมผู้เช่า" เพื่อให้นักลงทุนมีรายได้ทันที และรุกตลาดปล่อยเช่าคอนโดมิเนียมที่ยังขายไม่หมด ผลประกอบการไตรมาสแรกเติบโตได้แม้ไม่มีการขายบิ๊กทิคเก็ตแม้แต่รายเดียว แสดงให้เห็นว่ากลยุทธ์มดงานสร้างกระแสเงินสดสม่ำเสมอ

สร้างจักรวาล BAM เพิ่มพันธมิตร

BAM พัฒนาแพลตฟอร์ม "BAM Choice" และ "BAM Premium" เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าระดับสูง (Wealth) และนักลงทุนรายใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีเงินเย็น 50 ล้านบาทขึ้นไป 30,000 ราย และกลุ่ม Ultra Wealth (1,000 ล้านบาทขึ้นไป) 750 ราย ซึ่งขายทรัพย์ให้กลุ่มนี้ไปแล้วเกือบ 2,500 ล้านบาท

BAM ยังปรับบทบาทเป็นผู้สร้างระบบนิเวศ โดยร่วมมือกับพันธมิตร เช่น บริษัทบริหารสินทรัพย์อารีย์ (ARI-AMC) ร่วมทุนกับธนาคารออมสิน มีกำไรสุทธิ 64 ล้านบาทในไตรมาส 1 และบริษัทบริหารสินทรัพย์อรุณ (ARUN AMC) ร่วมกับธนาคารกสิกรไทย มีกำไร 15 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจาอีก 4 ราย คาดว่า 2 รายจะโอนหนี้เข้ามาดูแลภายในเดือนกรกฎาคมและไตรมาส 3 ตามลำดับ

นอกจากนี้ BAM ยังร่วมมือกับกรุงเทพมหานครในโครงการ "Accept for All" เปิดโอกาสให้พนักงานระดับล่างซื้อที่อยู่อาศัยราคาถูก และเตรียมขยายไปยังหน่วยงานภาครัฐอื่น พร้อมทั้งแนวคิดส่งต่อหนี้เสียแบบบิ๊กล็อตให้ AMC อื่นที่เข้าใจลูกหนี้เฉพาะกลุ่มดีกว่า เปลี่ยนคู่แข่งเป็นพันธมิตร BAM ได้ส่วนต่างและกระจายทรัพย์ไม่ให้ถูกดองนานเกิน 15 ปี

โครงสร้างรายได้ใหม่ของ BAM ประกอบด้วย 50% จากกองทัพมดงาน, 30-35% จากการปรับโครงสร้างลูกค้า และ 15-20% จากทรัพย์ขนาดใหญ่ การเพิ่มพันธมิตรช่วยขยายขนาดสินทรัพย์รวมให้แตะ 600,000 ล้านบาทภายในสิ้นปีนี้