รวบพนักงานต้อนรับสาวโรงแรมดังย่านอารีย์ลักทรัพย์นักท่องเที่ยวชาวจีน
รวบพนักงานต้อนรับสาวโรงแรมย่านอารีย์ลักทรัพย์นักท่องเที่ยวจีน

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ร่วมกับชุดปฏิบัติการที่ 4 กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ได้ร่วมกันจับกุม น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 22 ปี พนักงานต้อนรับของโรงแรมแห่งหนึ่งย่านถนนอารีย์ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร หลังก่อเหตุลักทรัพย์นักท่องเที่ยวชาวจีนภายในห้องพัก

พฤติการณ์การจับกุม

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2567 เวลาประมาณ 19.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พญาไท ได้รับแจ้งเหตุจากนายลี (นามสมมุติ) นักท่องเที่ยวชาวจีน ว่าได้สูญเสียทรัพย์สินภายในห้องพักของโรงแรมดังกล่าว โดยทรัพย์สินที่สูญหายประกอบด้วย เงินสดสกุลเงินหยวนจำนวน 40,000 หยวน (ประมาณ 200,000 บาท) และกระเป๋าสะพายยี่ห้อแบรนด์เนมอีก 1 ใบ มูลค่ารวมกว่า 2 แสนบาท

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในโรงแรม พบว่าผู้ต้องสงสัยเป็นพนักงานต้อนรับหญิงที่เข้าไปในห้องพักของผู้เสียหายในช่วงเวลาที่ผู้เสียหายไม่อยู่ เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัติศาลออกหมายจับ ก่อนจะติดตามจับกุมตัวได้ที่บริเวณหน้าหอพักแห่งหนึ่งย่านถนนพระราม 9 เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

คำให้การของผู้ต้องหา

ในชั้นสอบสวน น.ส.เอ ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง โดยให้เหตุผลว่าตนเองติดหนี้พนันออนไลน์เป็นจำนวนเงินกว่า 1 แสนบาท และถูกเจ้าหนี้ทวงถามอย่างหนัก จึงตัดสินใจฉวยโอกาสลักทรัพย์นักท่องเที่ยวเพื่อนำเงินไปใช้หนี้ โดยใช้กุญแจสำรองของโรงแรมเข้าไปในห้องพักขณะที่ผู้เสียหายออกไปรับประทานอาหารเย็น

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

หลังก่อเหตุ น.ส.เอ ได้นำเงินสดไปชำระหนี้พนันบางส่วน และนำกระเป๋าแบรนด์เนมไปจำนำที่โรงรับจำนำแห่งหนึ่งย่านถนนรัชดาภิเษก ได้เงินมา 15,000 บาท ก่อนจะถูกตำรวจติดตามจับกุมตัวได้ในเวลาต่อมา

ข้อกล่าวหาและโทษ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป” ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 1-5 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-100,000 บาท ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.พญาไท เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ ตำรวจสอบสวนกลางฝากเตือนผู้ประกอบการโรงแรมและที่พักต่างๆ ควรตรวจสอบประวัติพนักงานอย่างละเอียด และควรมีมาตรการควบคุมกุญแจสำรองห้องพักอย่างรัดกุม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นอีก