ตำรวจสอบสวนกลางเผยความคืบหน้าคดีหมอดูชื่อดังลำพูน
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีที่นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด นำผู้เสียหาย 2 คนซึ่งถูกหมอดูชื่อดังภาคเหนือแก้กรรมโดยกระทำอนาจาร ว่าในวันนี้นายเอกภพได้นำผู้เสียหายมาแจ้งความเพิ่มเติมอีก 1 คน โดยรายละเอียดของพฤติกรรมแต่ละคนอาจมีความแตกต่างกัน แต่ลักษณะพฤติกรรมนำไปสู่การอนาจาร
ปฏิบัติการค้นหาหลักฐาน
เมื่อวานนี้ (10 พ.ค.) เจ้าหน้าที่ได้เปิดปฏิบัติการเข้าค้นบ้านพักที่เปิดเป็นสถานปฏิบัติธรรมของผู้ถูกกล่าวหาในพื้นที่จังหวัดลำพูน รวมถึงจุดที่เชื่อมโยงอีก 2-3 จุด จากการเข้าค้นพบบุคคลที่ถูกกล่าวหาให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่ไม่ได้พูดถึงเรื่องคดี เพียงบอกว่าทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ในเบื้องต้นยังไม่ได้มีการสอบปากคำ และได้เก็บพยานหลักฐานตามที่ผู้เสียหายระบุไว้เป็นจำนวนพอสมควรในการประกอบพิจารณาดำเนินคดี
พยานหลักฐานที่ยึดได้ประกอบด้วย ผ้าปูที่นอน เสื้อผ้า และส่วนใหญ่เป็นหนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ซึ่งได้สั่งการให้ยึดทั้งหมด ส่วนหนังสืออนาจารหรือหนังสือที่เกี่ยวกับสุนัขในลักษณะเชิงอนาจารยังไม่พบ
ขั้นตอนทางกฎหมาย
หากมีผู้เสียหายเพียง 2 คน ก็ขึ้นอยู่กับพนักงานสอบสวน เมื่อสอบปากคำผู้เสียหายเสร็จสิ้นแล้วก็จะทำการออกหมายเรียกให้เข้ามาให้ปากคำในคดีดังกล่าว ทั้งนี้ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ระบุถึงกรณีที่ยังไม่มีการสอบปากคำผู้ถูกกล่าวหาว่า ต้องดูพฤติกรรมผู้เสียหายแต่ละรายว่าจะเข้าข่ายความผิดใดบ้าง และเชื่อว่าน่าจะมีผู้เสียหายรายอื่น จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่พบพฤติกรรมเช่นนี้เข้ามาแจ้งความกับกองบังคับการปราบปราม
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ยืนยันว่ากองบังคับการปราบปรามไม่กลัวการแทรกแซงของลูกศิษย์ เพราะถ้ากลัวคงไม่เข้าค้นหาพยานหลักฐานเมื่อวานนี้ และที่เข้าไปค้นเนื่องจากเกรงว่าหลักฐานจะถูกทำลายจึงจำเป็นต้องรีบตรวจค้น
กรณีของโน๊ต อุดม
ส่วนกรณีของโน๊ต อุดม ที่เปิดเผยเรื่องราวผ่านเวทีเดี่ยวไมโครโฟนและมีพฤติกรรมคล้ายกับผู้เสียหายรายอื่น ระบุว่าจะให้พนักงานสอบสวนเข้าไปตรวจสอบว่ากรณีดังกล่าวใช้บุคคลเดียวกันกับที่ผู้เสียหายสองคนกล่าวหาหรือไม่



