คุมเข้มหนุ่มจีนซุกคลังแสงระเบิดซีโฟร์ ส่งฝากขังศาลพัทยา ตม.เพิกถอนวีซ่า
คุมเข้มหนุ่มจีนซุกคลังแสงซีโฟร์ ส่งฝากขังศาลพัทยา

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดในการควบคุมตัวนายหมิงเฉิน ชาวจีน ซึ่งถูกจับกุมพร้อมคลังแสงอาวุธสงครามและระเบิดซีโฟร์ โดยได้นำตัวส่งฝากขังต่อศาลจังหวัดพัทยาในวันนี้ (9 พ.ค. 2569) หลังจากเกิดอุบัติเหตุรถยนต์หรูเสียหลักพุ่งชนแท่นปูนบริเวณถนนเลียบทางรถไฟห้วยใหญ่ จนนำไปสู่การตรวจค้นบ้านพักในหมู่บ้านจัดสรร อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พบอาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิดซีโฟร์ และยุทโธปกรณ์ทางทหารจำนวนมาก

การควบคุมตัวและการสอบสวน

ร.ต.อ.อาทิตย์ แสนปัญญา รองสารวัตรสอบสวน สภ.นาจอมเทียน เจ้าของคดี ได้เบิกตัวนายหมิงเฉินออกจากห้องควบคุมเพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม โดยมีล่ามแปลภาษาตลอดการสอบสวน ผู้ต้องหามีสีหน้านิ่งเฉย พูดน้อย และมีอาการเหม่อลอย ก่อนถูกควบคุมตัวขึ้นรถเพื่อนำส่งฝากขังศาล เนื่องจากตรงกับวันเสาร์ซึ่งศาลเปิดทำการครึ่งวันและใกล้ช่วงวันหยุดราชการต่อเนื่อง

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จัดรถสายตรวจนำขบวนและรถติดตามประกบตลอดเส้นทาง เนื่องจากคดีมีความละเอียดอ่อนและอาจเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรข้ามชาติ อีกทั้งผู้ต้องหามีภาวะเครียดสะสมและเข้าข่ายซึมเศร้า จึงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ข้อกล่าวหาและการเพิกถอนวีซ่า

พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาหลายกระทง ได้แก่ มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ครอบครองอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตได้ ครอบครองวัตถุระเบิดโดยไม่ได้รับอนุญาต และครอบครองยุทธภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากปลัดกระทรวงกลาโหม

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

พ.ต.อ.นภัสพงศ์ โฆษิตสุริยมณี ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่นำหนังสือเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร (แบล็กลิสต์) แจ้งสิทธิ์ให้ผู้ต้องหารับทราบแล้ว เตรียมผลักดันออกนอกประเทศหลังสิ้นสุดกระบวนการทางกฎหมาย

หญิงสาวในที่เกิดเหตุ

หญิงสาวที่ปรากฏในภาพช่วงเกิดเหตุเป็นเพียงเพื่อนของผู้ต้องหา รู้จักกันระหว่างที่ผู้ต้องหาเดินทางท่องเที่ยวไต้หวันในเดือนมกราคม โดยหญิงสาวทำหน้าที่เป็นไกด์นำเที่ยว ก่อนเดินทางมาเที่ยวไทยในเดือนเมษายนและติดต่อให้ผู้ต้องหาพาเที่ยวในพัทยา จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่าทั้งสองพักแยกห้องกัน และหญิงสาวมีตั๋วเครื่องบินกลับประเทศในวันที่ 10 พฤษภาคม แต่เกิดเหตุเสียก่อน ตำรวจยังไม่พบพยานหลักฐานเชื่อมโยงหญิงสาวกับอาวุธสงคราม

การตรวจค้นบ้านอดีตภรรยา

เมื่อคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.นิมิตรใหม่ ร่วมกับชุดสืบสวน บก.สส.บช.น. และ กก.สส.บก.น.3 ตรวจสอบบ้านพักย่านถนนหทัยราษฎร์ เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ ซึ่งเกี่ยวข้องกับอดีตภรรยาของนายหมิงเฉิน

น.ส.จันทิมาให้การว่า เคยจดทะเบียนสมรสกับนายหมิงเฉินเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2565 และหย่าเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2568 รู้จักกันที่ร้าน Waterside ก่อนคบหาและใช้ชีวิตร่วมกัน หลังแต่งงานนายหมิงเฉินเดินทางเข้า-ออกไทยเป็นประจำ อ้างว่าทำธุรกิจรถเช่าในเกาหลี และมักพักในพัทยา หลังหย่าไม่ได้ติดต่อกันอีก เจ้าหน้าที่ตรวจค้นบ้านไม่พบสิ่งผิดกฎหมายเพิ่มเติม

การขยายผลและของกลาง

เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายความมั่นคงอยู่ระหว่างเร่งขยายผลเพื่อสืบหาที่มาของอาวุธสงคราม วัตถุระเบิด และยุทโธปกรณ์ ว่าถูกลักลอบนำเข้ามาจากแหล่งใด รวมถึงเป้าหมายในการนำไปใช้ และตรวจสอบความเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ เนื่องจากของกลางบางรายการเป็นยุทโธปกรณ์ทางทหารที่มีอานุภาพร้ายแรง กระทบต่อความมั่นคงของประเทศ

ของกลางที่ยึดได้ประกอบด้วย ลูกระเบิดขว้างสังหารบุคคลชนิดเดียวกัน 4 ลูก, ลูกระเบิดขว้างสังหาร k75 1 ลูก, ระเบิดสังหารชนิดกับดักแบบฝักข้าวโพด 4 ลูก, ลูกระเบิดสังหารบุคคล 1 ลูก, เชื้อปะทุของลูกระเบิดสังหาร 3 อัน, ดินระเบิด C4 1 กล่องไม่ทราบน้ำหนัก, ดินระเบิด C4 น้ำหนัก 1.1/4 ปอนด์ 2 แท่ง, รีโมตจุดชนวน, อาวุธปืนไรเฟิลจู่โจม M4 2 กระบอก, อาวุธปืนพกสั้น 1 กระบอก, เครื่องกระสุนหลากหลายขนาดจำนวนมาก, แกลอนบรรจุน้ำมันเบนซินหลายลิตร นอกจากนี้ยังพบระเบิดซีโฟร์ (C-4) น้ำหนักลูกละ 16 ปอนด์ จำนวน 5 ลูก ถูกประกอบติดตั้งเข้ากับเสื้อเกราะและเชื่อมต่อระบบจุดชนวนด้วยรีโมต ซุกซ่อนในห้องพัก