เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2567 ศาลจังหวัดชัยนาทได้อ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อ.XXX/2567 ซึ่งพนักงานอัยการจังหวัดชัยนาทเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายโต้ง หรือนายสมศักดิ์ ทรัพย์ประเสริฐ อายุ 45 ปี อดีตสมาชิกสภาจังหวัดชัยนาท (สจ.) ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2567 ที่ผ่านมา โดยผู้เสียชีวิตคือนายดำรงค์ วงษ์สุวรรณ อายุ 52 ปี สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท (ส.อบจ.)
รายละเอียดคดี
จากคำฟ้องระบุว่า เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2567 เวลาประมาณ 20.30 น. นายโต้งได้ใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิงนายดำรงค์จำนวน 3 นัด ที่บริเวณหน้าบ้านของผู้เสียชีวิต ในพื้นที่ตำบลบ้านกล้วย อำเภอเมืองชัยนาท ส่งผลให้นายดำรงค์เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ สาเหตุมาจากความขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์ในการจัดซื้อจัดจ้างขององค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท ซึ่งทั้งสองฝ่ายมีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกัน
หลังเกิดเหตุ นายโต้งได้เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองชัยนาท พร้อมมอบอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุให้เป็นของกลาง โดยให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ต่อมาอัยการได้ยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดชัยนาท
คำพิพากษา
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 จึงพิพากษาจำคุก 5 ปี ลดเหลือ 2 ปี 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ
นอกจากนี้ ศาลยังสั่งให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ทายาทผู้เสียชีวิตเป็นเงิน 1,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 5 ต่อปี นับแต่วันที่ 15 มกราคม 2567 จนกว่าจะชำระเสร็จ
ปฏิกิริยาจากครอบครัวผู้เสียชีวิต
นางสาวสุนิสา วงษ์สุวรรณ อายุ 28 ปี บุตรสาวของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ครอบครัวรู้สึกพอใจกับคำพิพากษา แต่ยังรู้สึกเสียใจที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าคำตัดสินของศาลเป็นไปตามพยานหลักฐานและความยุติธรรม
ด้านนายโต้งหลังฟังคำพิพากษา ได้แสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และยอมรับผิดทุกข้อกล่าวหา โดยกล่าวว่าไม่ได้ตั้งใจให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น แต่เกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ
คดีนี้ถือเป็นคดีสะเทือนขวัญในพื้นที่จังหวัดชัยนาท เนื่องจากผู้ก่อเหตุและผู้เสียชีวิตต่างเป็นนักการเมืองท้องถิ่นที่มีชื่อเสียง และมีความขัดแย้งกันมานาน ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด
สำหรับคดีนี้ยังสามารถอุทธรณ์ได้ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ศาลอ่านคำพิพากษา ซึ่งพนักงานอัยการอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะอุทธรณ์หรือไม่ เนื่องจากโทษที่ได้อาจน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับความร้ายแรงของคดี



