วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 เกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญเมื่อ น.ส.มิ้น อายุ 35 ปี กลืนยาบ้าจำนวน 4 เม็ดลงท้อง หลังจากถูกเจ้าหน้าที่จับกุมพร้อมสามี นายแบงค์ อายุ 33 ปี โดยหวังจะหนีความผิด แต่กลับมีอาการคลื่นไส้อาเจียนอย่างรุนแรง ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลสะเดาเพื่อทำการตรวจร่างกายอย่างละเอียด
การจับกุมสามีภรรยาคดียาเสพติด
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจาก ร.ต.ท.อรุโณทัย ชูกลิ่น หัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 437 (ตชด.437) ได้ติดตามพฤติการณ์ของทั้งคู่มาสักระยะ เนื่องจากพบว่ามีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและมักพกอาวุธปืน เจ้าหน้าที่จึงวางแผนจับกุมขณะที่ทั้งคู่ขับรถยนต์กระบะอยู่บนถนนในพื้นที่บ้านไร่ตก หมู่ที่ 6 ตำบลสำนักขาม อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
ของกลางที่พบในรถ
จากการตรวจค้นภายในรถยนต์ เจ้าหน้าที่พบยาไอซ์น้ำหนัก 0.7 กรัม และยาบ้าจำนวน 5 เม็ด พร้อมอุปกรณ์การเสพ ระหว่างการจับกุม น.ส.มิ้น ได้ฉวยโอกาสกลืนยาบ้าลงท้องจำนวน 4 เม็ด ทำให้เหลือของกลางเพียง 1 เม็ดที่ตกอยู่บนพื้นถนน เพื่อหวังหลบหนีคดี
ตรวจค้นบ้านเช่าพบปืนเถื่อน
หลังจากควบคุมตัวนายแบงค์ได้ เจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปตรวจค้นบ้านเช่าในพื้นที่ใกล้เคียง พบอาวุธปืนสั้นขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก ซึ่งเป็นปืนเถื่อนไม่มีใบอนุญาต พร้อมเครื่องกระสุนกว่า 30 นัด รวมถึงซองพกปืนและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดถูกซุกซ่อนอยู่ในลิ้นชัก
การสอบสวนและผลตรวจสารเสพติด
จากการสอบสวน ทั้งคู่ให้การรับสารภาพในข้อหาเสพยาและครอบครองอาวุธปืน โดยอ้างว่าเสพยาเพื่อใช้ในการทำงาน เนื่องจากทั้งคู่ประกอบอาชีพเป็นช่างซ่อมตู้เย็นและตู้แช่ ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้นำตัวทั้งคู่ไปตรวจหาสารเสพติดที่โรงพยาบาล ผลปรากฏว่าพบสารเมทแอมเฟตามีนในร่างกาย แสดงให้เห็นว่ามีการเสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย
ดำเนินคดีตามกฎหมาย
เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวทั้งสองส่ง สภ.สะเดา เพื่อดำเนินคดีในข้อหา "มียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติด" และ "มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต" ซึ่งเป็นความผิดที่มีอัตราโทษสูงตามกฎหมายไทย



